บางจาก มุ่งสู่พลังงานสะอาดครบวงจร
  • 8 April 2021 at 15:42
  • 101
  • 0

บางจาก มุ่งสู่พลังงานสะอาดครบวงจร

ปัจจุบันเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก การใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยมีการตื่นตัวในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นโดยเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 100% ในปี 2578 คาดว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศรวม 18 ล้านคัน ประกอบด้วย รถยนต์ รถปิคอัพ 8.6 ล้านคัน รถจักรยานยนต์ 9.3 ล้านคัน รถบัสและรถบรรทุก 4 แสนคัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) กล่าวว่า บางจากให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมาก และเป็นบริษัทแรกที่มุ่งมาสู่ทางด้านนี้ และเป็นผู้นำในการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยเข้าไปลงทุนถึงต้นน้ำ ที่ได้เข้าไปลงทุนในเหมืองลิเทียม ที่เป็นวัตถุดิบในการมาทำแบตเตอรี่ ลิเทียมไอออน ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทั่วโลก ความต้องการแร่ลิเทียมจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และอาจจะมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งการลงทุนในเหมืองลิเทียมจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบางจากได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม บางจากยังไม่มีความจำเป็นที่จะลงทุนในการผลิตแบตเตอรี่เอง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าไปลงทุนอาจจะไม่ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ก็สามารถที่จะซื้อจากตลาดได้ ประกอบกับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละค่ายก็มีสเปคของรถไฟฟ้าที่ไม่เหมือนกัน และมีการใช้แบตเตอรี่แตกต่างกัน การผลิตแบตเตอรี่เองจึงยังเป็นเรื่องยากอยู่

ก่อนหน้านี้ บางจากได้มีการเปิดตัว Winnonie (วินโนหนี้) ที่รับกับกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง ให้เปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยสามารถนำแบตเตอรี่มาเปลี่ยนใหม่ได้เลยที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยไม่ต้องรอชาร์จไฟฟ้า ทำให้มีความสะดวกในการใช้ ประกอบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าเทียบกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงถูกกว่ามาก จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่บางจากกำลังขยายตลาดมากขึ้น

ล่าสุดได้มีการจับมือกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็น Exclusive Partner ติดตั้งจุดบริการ EV Charging Station ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยเปิดให้บริการแล้ว 32 สาขา และจะเปิดให้บริการ 56 สาขา ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ บนเส้นทางหลักทุกระยะ 100 กิโลเมตร ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วไทย รองรับรถ EV หลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์

ซึ่งการติดตั้ง EV Charging Station สถานีบริการน้ำมันบางจาก ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำประสบการณ์นวัตกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนสู่ผู้บริโภคผ่านสถานีบริการน้ำมันบางจากที่จะเป็น Greenovative Destination สำหรับนักเดินทาง และเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด

อย่างไรก็ตาม มองว่าการที่ผู้ประกอบการลงทุนในเรื่องการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศยังมีไม่มากนัก และผู้ใช้บริการยังไม่มาก แต่เป็นการเตรียมการสำหรับอนาคตที่จะรองรับการเปลี่ยนผ่านของการใช้รถยนต์ที่เป็นเครื่องสันดาปภายใน หรือรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อพลิง มาเป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า ที่จะต้องสร้างรถบบสาธารณูปโภคให้เพียงพอ เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้ว่าจะมีสถานีชาร์จไฟฟ้าอย่างเพียงพอ หากต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งก็จะเป็นแรงจูงใจอีกทางหนึ่งให้มีการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า

ทางด้าน นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า PEA ได้ร่วมกับ บางจาก เปิดให้บริการเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก บนเส้นทางหลักทุกระยะ 100 กิโลเมตร ครอบคลุมทั่วไทยรองรับรถยนต์ไฟฟ้า และได้เปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ที่ PEA VOLTA สถานีบริการน้ำมันบางจากสาขาชะอำปาร์ค

ซึ่ง PEA จะเป็นผู้พัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA Platform ระบบและช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และส่วนของระบบบริหารจัดการข้อมูลที่แสดงผลผ่าน Mobile Application และ Web Service สามารถใช้บริการผ่าน PEA VOLTA Application บนสมาร์ตโฟนและแท็บเลต รองรับทั้งระบบ IOS และ Android ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาตำแหน่งสถานีและนำทางไปยังสถานีต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถตรวจสอบสถานะสถานีอัดประจุไฟฟ้าและจองหัวจ่ายไฟฟ้าล่วงหน้าได้ และผู้ใช้สามารถชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้า ผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพราะเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว โดย 1 สถานี มี 5 หัวจ่าย และให้บริการ 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามั่นใจได้ตลอดในทุกการเดินทาง

ส่วนค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ราคา ได้แก่ ราคาในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง (พีค) คือช่วง 9.00-22.00 น. ค่าชาร์จ 7.50 บาทต่อหน่วย และราคาในช่วงที่มีการใช้ไฟไม่สูงหลัง 22.00 น. จนถึงก่อน 9.00 น. ค่าชาร์จอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย

นี่เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่แสดงให้เห็นว่าบางจาก ได้มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้มียานยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้นในประเทศ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้มีความสะอาดขึ้น และสอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่กำลังมุ่งเติบโตไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง