« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

เมนู

 

บ้านนาขุม ทำนาดีด้วยวิถีพุทธและความพอเพียง

บ้านนาขุม ทำนาดีด้วยวิถีพุทธและความพอเพียง

ศาสตร์พระราชา เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงและเกิดผลสำเร็จกับชุมชนที่บ้านนาขุม ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ช่วยให้คนมีสุขภาพแข็งแรง ครอบครัวมีรายได้ ชุมชนเข้มแข็ง ทรัพยากรดิน น้ำ ได้รับการฟื้นฟู ปัจจุบันได้เปลี่ยนตัวเองจากชุมชนสารเคมีมาสู่เกษตรอินทรีย์ วิถีพุทธและพอเพียง…

นายมานิต บัวขำ ผู้นำชุมชนบ้านนาขุม เล่าว่าวิถีชีวิตชาวนาสารเคมีกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“ทุกวันนี้ ต้นทุนทำนา ไร่หนึ่ง 4,000 กว่าบาท แต่ขายข้าวเกวียนหนึ่งได้ไม่ถึง 4,000 บาท ขายแล้วไม่เหลืออะไร ปุ๋ย ยา ยังแพงขึ้นทุกปีๆ ทางออก คือ ต้องเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ในปี 2557 กฟผ. ได้มาจุดประกาย เรื่อง เกษตรอินทรีย์โดยเครือข่ายของ กฟผ. ทำให้เราสนใจและเรียนรู้ โดยได้ไปเรียนรู้ดูงานที่มูลนิธิ ข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี เรียนรู้กันตั้งแต่เลือกพันธุ์ข้าว การเตรียมดิน การปลูกและการเก็บเกี่ยว

เราไปกันเป็นกลุ่ม ไปศึกษาเรียนรู้อยู่หลายเดือน เรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ จากเครือข่ายของ กฟผ. ที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้เห็นว่าค่ายา ค่าปุ๋ยลดลง เราพอใจ เพราะช่วยลดต้นทุนการทำนา เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และผลผลิตปลอดสารเคมี”

“ฉันมีนา 43 ไร่ ใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ยาฆ่าหญ้า เพื่อให้ข้าวโตไว แต่ค่าปุ๋ยทุกวันนี้ราคามันแพง ทำให้สิ้นเปลืองมาก อยากจะลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อ กฟผ. เขามาช่วยแนะนำ มาชวนทำเกษตรอินทรีย์ เลยทดลองทำแปลงนาอาสาจำนวน 5 ไร่ ข้าวที่ปลูกได้ สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเจือปน ไม่เป็นอันตราย นำมากินกันในครอบครัว ให้ญาติพี่น้อง เอาไปทำบุญที่วัด ถวายพระ รู้สึกดีมากที่เราทำข้าวสะอาดปลอดภัย”

เป็นคำบอกเล่าของ นางเข็มทอง จันทร์สอน หมู่ 7 ที่ร่วมโครงการ “นาบุญ นาขุม เกษตรวิถีอินทรีย์” ทำให้เห็นว่าหลักคำสอนของศาสนา นำมาใช้ในชีวิตจริง ทำให้คิดถึงการให้ คิดถึงผู้รับ การเปลี่ยนแปลงวิถีทำนาแบบเกษตรเคมีไปสู่เกษตรอินทรีย์

“นานี้เป็นนาบุญนะ..เมื่อก่อนชาวบ้านนาขุม ใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงเยอะมาก เมื่อเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ ไม่มีสารเคมีตกค้าง สีเขียวในนา คือ ความเขียวสมบูรณ์ในนาข้าว ทำให้สุขภาพดี จิตใจสดชื่น สีเหลืองทองในนาคือความสำเร็จ นาแบบนี้เป็นนาบุญแท้ๆ ทำด้วยจิตกุศล เมื่อไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า หรือปุ๋ยเคมี ก็จะไม่มีสารตกค้างในน้ำ ในดิน สารเคมีเปรียบเหมือนฆาตกรเงียบ ตายเร็ว ตายผ่อนส่ง ต้นเหตุโรคมะเร็ง โรคร้ายสารพัด การกลับมาทำเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรแบบวิถีพุทธ เป็นนาบุญที่ไม่ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิต ไม่บาป ใจก็มีความสุข วันนี้ที่บ้านนาขุม ยังอนุรักษ์ประเพณีการทำขวัญข้าว บูชาแม่โพสพ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่จะหาดูได้ยากในปัจจุบัน หากเรานึกถึงบุญของการไม่ฆ่า นี่แหละขวัญข้าวแท้ๆ ในนาบุญ..นาขุมของ พรหมพิราม..” พระครูสุจินวรธรรม หนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงวิถีทำนาบ้านนาขุม เล่าถึงที่มาของนาบุญ

ม้จะเริ่มต้นได้ดีสำหรับเกษตรอินทรีย์ ผลิต “ข้าวแห่งความดี” แต่ชาวบ้านนาขุมยังคงพัฒนาด้านการตลาดต่อไป และสร้างคุณค่าให้แก่ข้าวปลอดภัยที่ได้คุณภาพจากชุมชนแห่งนี้ เห็นคุณค่าของเกษตรอินทรีย์ คิดถึง เรื่อง บาป บุญ การไม่ทำร้ายชีวิตผู้อื่น การทำให้ผู้บริโภคได้มีข้าวปลอดภัยไว้รับประทาน

นาบุญของบ้านนาขุม อำเภอพรหมพิราม เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ กฟผ. ในการช่วยเหลือชุมชน สร้างเครือข่ายชุมชนเข็มแข็ง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง ทำนาตามวิถีอินทรีย์ เสริมสร้างพลังความดี ด้วยพลังศรัทธาต่อคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงเป็นจุดเริ่มของเกษตรกร กลุ่มนาบุญ นาขุม เกษตรวิถีอินทรีย์ บนพื้นฐานวิถีพุทธและเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริและมีความสุขใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ