« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

เมนู

 

แสงแห่งโอกาส..เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บ้านโนนสำราญ จ.อุบลราชธานี

แสงแห่งโอกาส..เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บ้านโนนสำราญ จ.อุบลราชธานี

ว่ากันว่าถ้าที่ไหนมืดมน ก็แค่รอแสงสว่างจากพระอาทิตย์ แต่ที่บ้านโนนสำราญ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่ต้องรอแสงสว่างจากพระอาทิตย์ เพราะคนที่นี่ร่วมกันสร้างแสงแห่งโอกาสด้วยมือของเขาเอง

บ้านโนนสำราญ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่สูง ผืนดินส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ยากที่จะทำการเกษตรให้ได้ผลดี

มาลี นนท์ศิริ ผู้ใหญ่บ้านโนนสำราญ เล่าว่า คนที่นี่มีอาชีพเกษตรมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ที่ผ่านมาก็ทำกันแบบตามมีตามเกิด เมื่อผลผลิตได้ผลไม่ดีก็ลำบาก รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว คนในชุมชนที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรจึงตกลงร่วมกันว่า เราจะไม่อยู่แบบนี้อีกต่อไป ต้องสร้างโอกาสด้วยมือของเราเอง

“กฟผ. ได้มาส่งเสริมการทำเกษตรแบบชีววิถีที่ พาไปดูงาน เรียนรู้ทั้งการปลูกพืชอินทรีย์ ทำปุ๋ย และวิธีเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับสภาพดิน จนปัจจุบันเราสามารถรวมกลุ่มเป็นศูนย์ชีววิถีชุมชนต้นแบบบ้านโนนสำราญ สามารถดูแลตัวเองได้และเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นด้วย” มาลี นนท์ศิริ ผู้ใหญ่บ้านโนนสำราญ

เมื่อชุมชนมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงยกระดับการดูแลชุมชนอย่างเป็นระบบ ด้วยการริเริ่ม โครงการเขื่อนสิริธรโมเดล เมื่อปี 2559 โดยถอดบทเรียนความสำเร็จจาก “ดอยตุงโมเดล” โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย ซึ่งยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นต้นแบบ ตั้งเป้าหมายรายได้ต่อครัวเรือนของชุมชนรอบเขื่อนสิรินธรเพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 30 ภายในปี 2569 และต่อยอดเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนาชุมชนรอบหน่วยงาน กฟผ. ทั่วประเทศต่อไป

สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านโนนสำราญอย่างมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้จาก…
การเข้าใจ กฟผ. ได้คัดเลือกพนักงานที่มีจิตอาสาต้องการช่วยพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง ลงพื้นที่ศึกษาพูดคุยกับชุมชน เพื่อให้เข้าใจสภาพภูมิประเทศ สภาพสังคม ความพร้อม และความต้องการของชุมชนอย่างลึกซึ้ง

การเข้าถึง เมื่อเข้าใจสภาพชุมชนแล้วก็ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด กฟผ. จึงร่วมกับ สวทช. และชาวชุมชนบ้านโนนสำราญจัดทำโครงการศึกษาวิจัยการบริหารจัดการน้ำใต้ดินอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาบ้านโนนสำราญ ประกอบไปด้วยการขุดบ่อพักน้ำ บ่อกักเก็บน้ำ รวมถึงบ่อเติมน้ำใต้ดิน โดยได้มีการประชุมร่วมกับชุมชนทุกขั้นตอน เพื่อให้เข้าใจตรงกันและทำงานราบรื่น

การพัฒนา หลังแก้ปัญหาแหล่งน้ำแล้ว ทำให้การเกษตรได้ผลดีขึ้น และ กฟผ. ยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษาภาครัฐ เอกชน ในการวิจัยและพัฒนาจนเกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยชุมชนไดจริง อาทิ เครื่องสับมันสำปะหลัง เตาอบลดความชื้นให้ข้าวเปลือก เครื่องกวักเส้นไหม ช่วยเพิ่มผลผลิตให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี

จากนี้ต่อไป กฟผ. จะผลักดันเขื่อนสิรินธรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมกับการพัฒนาชุมชนรอบเขื่อนให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว เปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผักออร์แกนิค ปลาแก้ว ปลาส้ม ให้กับผู้มาเยือน ควบคู่การทำการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ แล้วแบ่งผลกำไรมาจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนให้ทุกคนพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

…ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะมีความมืดมิดแบบไหน กฟผ. กับชุมชนจะร่วมกันสร้างแสงแห่งโอกาส เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป…