« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

PTTOR บุกตลาดน้ำมันและการค้าปลีกในต่างประเทศ

PTTOR น้องใหม่ในเครือ ปตท. บุกตลาดน้ำมันและการค้าปลีกในต่างประเทศ

บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR บริษัทน้องใหม่ในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ได้แยกตัวออกมาเพื่อดำเนินธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก ที่จะเน้นแนวคิดเพื่อ “ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม” เริ่มเดินหน้าพร้อมกลยุทธ์ผลักดันการลงทุนต่างประเทศ และธุรกิจนอนออยล์มากขึ้น โดยเฉพาะคาเฟ่ อเมซอน และการเติบโตไปพร้อมๆ กับ SME

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า PTTOR เป็นบริษัทเกิดใหม่ในเครือ ปตท. ที่ยังคง Concept หรือแนวคิดเดิมตั้งแต่อยู่ภายใต้ ปตท. คือ การทำธุรกิจเพื่อ “ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม” แต่สิ่งที่แตกต่างคือเมื่อแยกออกมาเป็นบริษัทแล้วการดำเนินงานจะมีความคล่องตัวมากขึ้น จะทำให้ PTTOR สามารถที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ได้ เช่น การจับมือกับเกษตรกรเพื่อนำสินค้าเกษตร หรือสินค้าในชุมชนโดยรอบสถานีบริการน้ำมันมาขายในสถานีบริการน้ำมันของ PTTOR ได้มากขึ้น จากเดิมที่การดำเนินงานภายใต้ ปตท. จะต้องมีการขออนุญาตซึ่งจะมีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา

ภายใต้ Concept “ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม” PTTOR จะต้องมีการจัดทำแผนการดำเนินงานในระยะ 5 ปี (ปี 2561-2565) ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ขยายไปพร้อมๆ กับชุมชนต่างๆ ซึ่งเตรียมที่จะเสนอคณะกรรมการบริหารบริษัทพิจารณาภายในเดือนสิงหาคมนี้

แผนธุรกิจใหม่ของ PTTOR จะเน้นการทำธุรกิจจำหน่ายน้ำมันควบคู่ไปกับการค้าปลีก และเติบโตด้วยธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non Oil) และธุรกิจต่างประเทศ เน้นการสร้างแบรนด์ของคนไทย โดยมีกลยุทธ์ Living Community ที่จะทำสถานีบริการน้ำมันเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการทำกิจกรรมต่างๆ จากเดิมที่จะเป็นแค่ทางผ่านของนักเดินทางที่จะแวะมาใช้บริการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป

โดยการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ จะขยายสถานีบริการน้ำมันที่จะเน้นในประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก ขยายไปพร้อมกับร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และการขายน้ำมันหล่อลื่นไปต่างประเทศด้วย ซึ่งยังมีโอกาสขยายงานได้อีกมาก

“ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ประมาณ 80% และร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ที่มีประมาณ 90% ของกลุ่ม ปตท. เป็นธุรกิจ SME ซึ่งจะทำให้ PTTOR ขยายงาน เติบโตได้รวดเร็ว และแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่ง SME เหล่านี้มีศักยภาพพร้อมที่จะไปขยายฐานในต่างประเทศกับ PTTOR” นายอรรถพล กล่าว

การขยายธุรกิจในประเทศยังคงเดินหน้าปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันให้มีความทันสมัยตอบโจทย์ผู้ใช้บริการและชุมชนที่จะมีความร่วมมือกับ SME มากขึ้น เกษตรกรจะมีโอกาสได้เข้ามาทำธุรกิจในสถานีบริการน้ำมันของ PTTOR มากขึ้น ธุรกิจนอนออยล์จะมีพันธมิตรมากขึ้น และธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่

นายอรรถพล บอกว่า ธุรกิจน้ำมันแม้จะเป็นธุรกิจหลักแต่มีกำไรต่อหน่วย (Margin) ต่ำ แต่จะเป็นฐานที่สำคัญในการที่จะต่อยอดการขยายของธุรกิจอื่น โดยมียอดขายในแต่ละปีประมาณ 4-5 แสนล้านบาท กำไรหลักหมื่นล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวนมาก โดยในปีที่ผ่านมาสามารถสร้าง EBITDA ได้ประมาณ 1.96 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ประมาณ 80% มาจากธุรกิจน้ำมันในประเทศ และอีก 20% มาจากธุรกิจนอนออยล์ และธุรกิจในต่างประเทศ โดยจะสามารถนำกำไรจากธุรกิจน้ำมันในประเทศมาต่อยอดนอนออยล์และธุรกิจต่างประเทศได้

ธุรกิจน้ำมันยังมีข้อดีกว่าธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และธุรกิจปิโตรเคมีที่เติบโตเป็นวัฎจักร (Cycle) ที่ราคาจะขึ้นลงตามรอบของวัฎจักร 5-7 ปี แต่ธุรกิจน้ำมันค่อนข้างจะคงที่ที่มีการซื้อน้ำมันมาเพื่อขายไป (Trader) ที่จะมีกำไรจากส่วนต่างราคา ดังนั้น ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกจึงยังมีการเติบโตที่ดี และมีอนาคต

สำหรับการโอนทรัพย์สินจาก ปตท. มายัง PTTOR ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มูลค่าในเบื้องต้นของการโอนทรัพย์สินกว่า 1 แสนล้านบาท แต่ไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินในส่วนที่เป็นความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เช่น คลังน้ำมัน คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี)

นายอรรถพล ยังกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแบรนด์จาก ปตท. เป็น PTTOR จะไม่ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการลดลง เพราะยังสามารถใช้โลโก้รูปดวงไฟที่เป็นโลโก้ปัจจุบันของ ปตท.ได้ แต่จะมีการเพิ่มเติมข้อความเข้าไปในโลโก้ เช่น PTT Station หรือ PTTOR เป็นต้น ก็จะทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกแตกต่างว่าเป็นแบรนด์ใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแบรนด์ในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะดำเนินการภายใน 8 ปี แต่ในส่วนของสถานีบริการน้ำมันจะใช้เวลา 5 ปีในการเปลี่ยนแบรนด์ทั้งหมดกว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ

และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาเป็นเจ้าของ PTTOR ได้ จึงได้มีการเตรียมที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีการยื่นแบบเสนอขายหุ้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และคาดว่าจะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562