« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

เมนู

 

ปตท. ทำโครงการ YP2G พัฒนาบุคลากรในองค์กร เน้นสร้างคนดี และคนเก่ง

ปตท. ทำโครงการ YP2G พัฒนาบุคลากรในองค์กร เน้นสร้างคนดี และคนเก่ง

ประสบความสำเร็จจน ATD มอบรางวัล ATD Excellence in Practice Award (Honorable Mention Citation) ในประเภท Career Development

บุคลากร เป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนา และนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ แต่ในยุคสมัยของโลกยุคสมัยใหม่ ที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตทุกคน การพัฒนาบุคลาให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และเป็นส่วนสำคัญสำหรับองค์กร เด็กยุคใหม่เกิดขึ้นมาพร้อมกับความท้าทาย และต้องการประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวลาอันรวดเร็ว จึงอาจจะทำให้บางองค์กรไม่สามารถที่จะดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่ในองค์กรได้ ปตท. จึงได้ทำโครงการ YP2G ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายการพัฒนาบุคลากร

คุณกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ให้มีความเจริญก้าวหน้า และสนับสนุนอย่างเต็มในทุกด้าน โดยเชื่อในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความรู้และศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

แต่เนื่องจาก ปตท.เป็นองค์กรขนาดใหญ่ และอยู่มายาวนาน จึงมีพนักงานที่มีความแตกต่างในด้านอายุ และประสบการณ์ ปตท.จึงได้สร้างวัฒนธรรมในการทำงานในองค์กร เพื่อช่วยให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน เริ่มจากคำว่า “SPIRIT” ซึ่งเป็นค่านิยมองค์กรที่กำหนดขึ้นมาใช้ในองค์กร จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร เป็นตัวที่ดึงให้คนทั้งกลุ่ม ปตท.ทำงานสอดคล้องกัน

SPIRIT ประกอบด้วย S หมายถึง Synergy หรือการมีพลังร่วม P หมายถึง Performance หรือการทำงานเพื่อความเป็นเลิศ เป็นผู้นำของธุรกิจ I หมายถึง Innovation หรือการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ R หมายถึง Responsibility หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม I หมายถึง Integrity & Ethic หรือ ความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น และ T หมายถึง Trust หรือความเชื่อมั่น ซึ่งจะพัฒนาศักยภาพการทำงาน และการปลูกฝังค่านิยมความเป็นคนดีและคนเก่ง

ปตท.มีกระบวนการคัดสรรคนเข้าสู่องค์กรด้วยข้อกำหนดและเงื่อนไขที่สูง แต่หลังจากที่ได้คนดีและคนเก่งมาอยู่ร่วมกันแล้ว แต่ละคนอาจจะมีแนวความคิดในการทำงานที่แตกต่างกัน เพื่อให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ จึงต้องมีการจัดการด้วยค่านิยมนี้ ซึ่งแต่ละปีจะมีการวัดผลค่านิยม ประเมินพนักงานทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บริหาร จนถึงพนักงานระดับต่างๆ เพื่อให้เห็นผลที่เกิดขึ้น และมีกระบวนการสอบทานเพื่อดูว่าประสิทธิภาพอย่างไร

ในการส่งเสริมคนเก่งและคนดี สำหรับ ปตท.นั้น คนเก่ง นอกจากระบบค่าตอบแทนประจำปี ยังมีเรื่องพนักงานดีเด่น หรือ Talent ซึ่งต้องถูกคัดเลือกขึ้นมาตามลำดับ โดยมีกฎเกณฑ์ จากผลงานและพฤติกรรม

ย้อนหลังไป 30 ปี พนักงานในระบบของ ปตท. มีคนออกไปเพียง 1% ถือว่าต่ำมาก แต่มีคนหลาย Generation อยู่ด้วยกัน ต้องยอมรับให้ได้ถึงความแตกต่างของ Generation กระบวนการในการสร้างคนในปิรามิดให้สามารถสร้างคนให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข กระบวนการในการขึ้นไปสู่ยอดปิรามิด เด็กที่เข้าใหม่อยู่ที่ฐานปิรามิด ต้องการความรวดเร็วในการขึ้นสู่ยอดปิรามิด เราจึงมีหน้าที่ปรับความคิดเข้าหากัน จึงต้องทำโครงการ Young People to Globalization หรือ โครงการ YP2G ซึ่งมีกระบวนการดึงคนทั้งหมดออกมาให้ Volunteer โดยส่งไปทำงานที่ท้าทาย ไม่รู้อนาคต เป็นงานที่ ปตท.เน้นการขยายงาน หรือเติบโตไปต่างประเทศ กลุ่มคนนี้จะถูกคัดเลือกปีละ 1 ครั้ง มีกระบวนการในการกลั่นกรอง

พนักงานในแต่ละ Generation มีความต้องการ และวิถีการทำงานที่แตกต่างกัน การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ต้องใช้ความเข้าใจ และต้องพยายามทำให้คน Gen Y สามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เต็มที่ และในขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ด้วย

โครงการ YP2G สามารถตอบโจทย์การ Develop และ Retain พนักงานที่มีศักยภาพ เนื่องจากพนักงานจะได้รับมอบหมายงานที่มีความท้าทาย ต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ โดยลักษณะการทำงานในโครงการนั้น เหมาะกับกลุ่ม Talent ซึ่งเป็นคน Gen Y เป็นโครงการพัฒนาที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกกลุ่มสายอาชีพที่มีศักยภาพได้มีโอกาสแสดงออกถึงคุณสมบัติของการเป็น Next Generation Leaders ผ่านการปฏิบัติงานจริง (On-the-job training) เน้นการพัฒนา Core Competency เพื่อสร้างผู้นำที่สามารถรองรับภารกิจขององค์กร โดยเฉพาะในต่างประเทศ

โดยมีกำหนดระยะเวลาการพัฒนา จำนวน 2 ปี โดยใช้เวลา 6 เดือน ต่อ 1 การหมุนเวียน (Rotation/ Assignment) : Strategy & Planning/ Business Development/ Commercial & Marketing/ Engineering & Operation

โครงการได้รับการตอบรับที่ดีมากจากพนักงาน ปตท. ตั้งแต่ปี 2557 มีพนักงานสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง จำนวน 475 คน โดย ในปี 2557 มีพนักงานสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 167 คน (Batch 1) ปี 2558 มีพนักงานสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 116 คน (Batch 2) ปี 2559 มีพนักงานสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 77 คน (Batch 3) และปี 2560 มีพนักงานสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 115 คน (Batch 4)

ปัจจุบันมีพนักงานที่อยู่ในโครงการ YP2G จำนวน 32 คน (เป็นพนักงานทุน จำนวน 24 คน และพนักงานสายอาชีพ จำนวน 8 คน) โดยมีการส่งพนักงานไปปฏิบัติงานที่ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อเมริกา และไทย

โดยกุญแจของความสำเร็จของโครงการ YP2G คือ มีการตั้ง KPI ที่ชัดเจน ลักษณะงานมีความท้าทาย และหลากหลาย มีการประเมินผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ People Session มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากผู้บังคับบัญชาโดยตรง และผู้บริหาร (คณะกรรมการทุนการศึกษาและพัฒนาพนักงานกลุ่มศักยภาพ) และการได้รับประสบการณ์กับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย

ในปลายปี 2559 ปตท. ได้พิจารณาส่งโครงการ YP2G เข้าร่วมประกวด ATD Excellence in Practice Award เป็นปีแรก ซึ่ง ATD คือ The Association for Talent Development เป็นองค์กรด้านการพัฒนาบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับโลก และมีประเทศสมาชิกมากกว่า 120 ประเทศ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ATD ได้ประกาศผลการพิจารณารางวัลจากผลงาน/โครงการที่บริษัท/องค์กรต่างๆ ส่งเข้าประกวดกว่า 220 หัวข้อทั่วโลก ซึ่ง ATD ได้มอบรางวัล ATD Excellence in Practice Award (Honorable Mention Citation) (รางวัลชมเชย) ในประเภท Career Development  และได้มอบรางวัลให้แก่ ปตท. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ณ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แก่องค์กร เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ ปตท. ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง และแสดงว่าองค์กรสามารถสร้างโปรแกรมการพัฒนา Talent ให้เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานโลกได้

ทางด้าน นายเธียร ธนะพรพันธุ์ พนักงานในโครงการ Young People to Globalization (YP2G)  รุ่นที่ 1 รักษาการผู้จัดการส่วนด้านการตลาดในบริษัทลูกของ ปตท. ที่ประเทศเมียนมา บอกว่า ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ คิดว่ามีโอกาสได้พัฒนาตนเองได้ค่อนข้างเยอะ ก่อนที่จะเข้าโครงการได้ทำงานด้านวิศวกรรมก่อสร้างมา 2-3 ปี ก็เริ่มอิ่มตัว และสิ่งใหม่ที่จะเรียนรู้ไม่ค่อยมีแล้ว พอ ปตท.ออกโครงการนี้มา จุดขายของโครงการนี้คือการที่ได้ไปทำงานต่างประเทศ ก็น่าสนใจ จึงได้สมัครและได้รับคัดเลือก จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ โดยที่ยังไม่รู้ว่างานใหม่ทำอะไร

ซึ่งปกติตำแหน่งงานในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ระยะยาว แต่โครงการนี้อยู่ไม่นานแล้วต้องหมุนเวียนไปที่อื่น ถ้าทำตามขั้นตอนปกติ 3 ปีถึงจะได้ย้าย

ข้อดีข้อเสีย การย้ายเร็วได้ไปหลายที่ได้เห็นภาพกว้างของการทำงาน ได้เห็นวงจรของธุรกิจ แต่อาจจะมีความลึกที่น้อยกว่า แต่โอกาสในการเรียนรู้เยอะ

ก่อนที่จะเข้าโครงการนี้ อยู่ ปตท.มา 5 ปี แต่ได้ทุน ปตท.ไปเรียนต่อ 2 ปี กลับมาก็ได้เข้าโครงการนี้

ความแตกต่างของงานที่ทำภายใต้โครงการนี้ กับการทำงานปกติ คือ งานที่ทำปกติเราทำภายใต้ทีม แต่เมื่อถูกส่งไปทำงานโครงการนี้ ทำเราเป็นผู้นำในการทำงาน ต้องฝึกความเป็นผู้นำ และต้องมีวิสัยทัศน์ในงานที่ทำ ต่างจากตอนที่อยู่ไทยพอสมควรอำนาจการตัดสินใจจำกัดกว่าเยอะ

พอได้ไปทำงานหลายที่ ก็จะวิเคราะห์อะไรได้มากขึ้น เพราะเราได้เห็นภาพครบ และการหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ ทำให้เราต้องปรับตัวเข้ากับคนท้องถิ่น ต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เมื่อเคยชินแล้วมีความคล่องมากขึ้นเยอะในการที่จะติดต่อคน

ผมเคยไปอยู่ที่กัมพูชา ธุรกิจ ปตท.ที่นั่นพัฒนากว่าที่เมียนมาเยอะ เมื่อย้ายไปอยู่เมียนมา ก็เอาสิ่งที่ได้รับจาก 2 ประเทศไปปรับใช้ได้

ผมไม่ผิดหวังกับการเข้าโครงการนี้ เพราะเราได้ทำงานเยอะ ได้พัฒนาตัวเอง และได้เห็นวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านที่หลากหลาย และมีพัฒนาทางความคิดในการมองชีวิตมนุษย์มากขึ้น เหตุผลของแต่ละคนที่มาจากต่างวัฒนธรรม และทำให้เราเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรแบบไหน มีโอกาสได้เป็นตัวแทน ปตท. ไปเจอกับคนใหญ่คนโต เหมือนกับเราประสบความสำเร็จมากขึ้น ได้เข้าใจองค์กรมากขึ้น และเข้าใจตัวเองมากขึ้น

ผมมีเป้าหมายระยะสั้นว่า ปตท.จะขยายธุรกิจที่เมียนมามากขึ้น ก็จะให้ประสบการณ์ที่ได้รับมา ทำให้เกิดธุรกิจที่เมียนมามากขึ้นกว่าเดิม

โครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะ ปตท.เสียสละในการที่ให้พนักงานเข้าไปเรียนรู้แล้วโอนถ่ายไปที่อื่น ทำให้ ปตท.ต้องพัฒนาคนอยู่ตลอดเวลา

ทางด้าน นางสาวณัฐชา ตู้จินดา พนักงานในโครงการ Young People to Globalization (YP2G)  รุ่นที่ 1 รักษาการผู้จัดการส่วนการเงิน ปฏิบัติการที่ประเทศลาว บอกว่า ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ด้วย Concept ของงานคือ ได้เปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งตอนนั้นตัวเองยังไม่รู้ว่าชอบงานอะไร เพราะเพิ่งเริ่มทำงาน ปตท.เป็นที่แรก ปกติคน Gen y จะเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้งานที่ชอบ พอมีโครงการนี้ ก็มีโครงการให้เปลี่ยน 4 งานใน 2 ปี ก็เลยคิดว่าเป็นอะไรที่เหมาะกับความตั้งใจ และเป็นโอกาสที่ได้ทำงานในต่างประเทศ จะเป็นโครงการที่จะช่วยทำให้เรามีความพร้อมในการที่จะไปการทำงานในต่างประเทศ ก็ได้เปลี่ยนหน้าที่งานหลายอย่าง อยู่ ปตท. 2 ปีถึงเข้าโครงการ

ความท้าทายของโครงการนี้ คือ ทางฝ่ายบุคคลได้คัดเลือกมาแล้วว่า เป็นโครงการที่มีปัญหา มีความท้าทาย ต้องรีบแก้ไข หรือต้องมีการพัฒนาอย่างเร่งด่วน แม้ว่าจะไปเรียนรู้ 6 เดือน แต่จะได้รับการมอบหมายงานอย่างชัดเจนว่าภายใน 6 เดือนจะต้องทำอะไรให้สำเร็จบ้าง ต่างจากเดิมที่ทำงานแบบไปวันๆ ตัวเองได้รับมอบหมายงานที่เร่งด่วน 2 โครงการ คือ การขายโครงการปาล์มน้ำมัน หากขายช้าก็จะขาดทุนไปเรื่อยๆ และอีกโครงการคือ การเบิกเงินกู้ของการสร้างเขื่อนน้ำลิก ถ้าแบงก์หยุดการให้เงินก็จะมีปัญหาการชำระเงินให้ผู้รับเหมา ถูกส่งไปเดือนมกราคม ต้องทำให้เสร็จภายในเดือนมีนาคม ก็ต้องรีบทำให้เสร็จ ช่วง 4 พื้นที่ที่หมุนก็ต้องประกบกับรุ่นพี่ ตอนนี้ทำครบแล้ว ก็ต้องไปรับผิดชอบงานทั้งหมดเอง

ความแตกต่างคือเรื่องความกดดัน ถ้าอยู่สำนักงานใหญ่ ก็จะทำงานในความรับผิดชอบไม่มาก แต่เมื่อถูกส่งไปทำก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ตอนที่ทำงานปกติต้องทำงานการเงิน แต่ถูกส่งไปก็ต้องทำงานอื่นๆ ด้วย กดดันด้วยเนื้องาน การทำธุรกิจในต่างประเทศจะยากกว่าการทำงานในประเทศค่อนข้างเยอะ เพราะ ปตท.ไม่มีใครรู้จัก ก็ต้องใช้ความพยายามในการทำงาน มีเรียนภาษาด้วย ที่แรกคืออินโดนีเซีย ก็ต้องเรียนภาษาอินโดนีเซีย

เมื่อวนครบ 4 พื้นที่แล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานในการไปปฎิบัติงานในต่างประเทศ ก็จะเอาไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจในที่ต่างๆ ได้ความท้าทายอีกอย่างคือ การที่ต้องปรับตัวกับคนท้องถิ่น เราได้วนอยู่ในบริษัทลูก ทำให้รู้จักคนในกลุ่มมากขึ้น ได้ Synergy กับคนในกลุ่มมากขึ้น มองเห็นอนาคตตัวเองใน ปตท.มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ถ้าอยู่นานจะเริ่มมีความเบื่อ แต่เมื่ออยู่ในโครงการนี้ก็ได้ทำอะไรมากขึ้น การที่ไปทำงานข้างนอก จะเริ่มไม่อยากกลับมาทำงานที่ประเทศไทยแล้ว

โครงการนี้ ตอบโจทย์คน Gen Y โครงการนี้จะทำให้คนข้างนอกจะเข้ามาร่วมงานกับ ปตท.มากขึ้น คนที่อยู่กับ ปตท.ก็จะอยู่ได้นานขึ้น และสิ่งที่ ปตท.ทำให้ก็ทำให้เราพร้อมสำหรับการขยายงานของ ปตท.ในอนาคต