« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

เมนู

 

เอฟทีงวดเดือนม.ค.-เม.ย.62 ขึ้น4.30 สต./หน่วย

เอฟทีงวดเดือนม.ค.-เม.ย.62 ขึ้น4.30 สต./หน่วย

เอฟทีงวดเดือนม.ค.-เม.ย.62 ขึ้น4.30 สต./หน่วย ทำให้ค่าไฟขึ้นครั้งแรกในรอบ16 เดือน


นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. บอกว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีมติกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับเรียกเก็บงวดเดือน มกราคม -เมษายน ปี 2562 เพิ่มขึ้น 4.30 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ระดับ -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยนที่เรียกเก็บจากประชาชนจะอยู่ที่ 3.63 บาทต่อหน่วย ถือเป็นการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นมากโดยคาดการณ์ว่า ราคาก๊าซ ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 299.50 บาท/ล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 12.67 บาท/ล้านบีทียู ราคาน้ำมันเตา ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 16.86 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 1.17 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.16 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 3.48 บาท/ลิตร ราคาถ่านหินนำเข้า เพิ่มขึ้นเป็น 2,697.40 บาท/ตัน เพิ่มขึ้น 114.36 บาท/ตัน การซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.81 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้น 8 สตางค์/หน่วย

ทั้งนี้หากพิจารณาปัจจัยราคาเชื้อเพลิง สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดมาคำนวนโดยไม่มีการบริหารจัดการ จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้า Ft งวดเดือน มกราคม - เมษายน ปรับเพิ่มขึ้นถึง 24 สตางต์ต่อหน่วย กกพ. จึงนำเงินสะสมมาบริการจัดการจำนวน 10,367 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และเอื้อต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

นางสาวนฤภัทร กล่าวคาดการณ์ว่าราคาเชื้อเพลิงจะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยืนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในงวดต่อไปยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการปรับตัวให้กับภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมในประเทศ รวมทั้งการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน กกพ. ได้ดำเนินการมาตรการทั้งการบริหารจัดการ และมาตรการทางการเงินเข้าไปดูแลการปรับตัวเป็นไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งประกอบด้วย มาตรการการเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่จำเป็นสำหรับการผลิตไฟฟ้า (Generation Mix) ได้แก่  ประสานงานกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการศึกษา วิเคราะห์ การลดสัดส่วนนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และ ประสานงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความเหมาะสมได้แก่ การเพิ่มปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และพิจารณาผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำ

Tags :