« September 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

เมนู

 

ส.อ.ท.จัดสัมมนา Energy Symposium 2018

ส.อ.ท.จัดสัมมนา Energy Symposium 2018
ส.อ.ท.จัดสัมมนา Energy Symposium 2018

สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2018 โดยมีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ทิศทางนวัตกรรมพลังงานไทย" ว่า กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รวมถึงการจัดทำแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 5 แผน ในช่วงปี 2558 – 2579 ซึ่งประกอบไปด้วย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) แผนอนุรักษ์พลังงาน(อีอีพี) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ตลอดจนขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยในปี 2564 มีเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย เพิ่มขึ้นเป็น 17.34% และการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลดลงเหลือ47%

ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้กำหนดทิศทางนวัตกรรมด้านพลังงานภายใต้นโยบายพลังงาน 4.0 โดยการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต ซึ่งเป็นทางเลือกการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน(เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ) ในระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพ และส่งเสริมให้มี เอสพีพี ไฮบริด เฟิร์ม โดยเปิดให้มีการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่า 1 ประเภท ทั้งจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ลม กับพลังงานชีวภาพ เพื่อลดความผันผวนของพลังงานทดแทน สร้างความมั่นคงต่อระบบไฟฟ้า ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพของระบบพลังงานในปัจจุบัน และนำนวัตกรรมที่เหมาะสม มาใช้ในการพัฒนากิจการไฟฟ้าในอนาคต โดยการพัฒนาระบบสมาร์ท กริด และโครงการเมืองอัจฉริยะ เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปศึกษา แนวทางสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ (Startup) รองรับการเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน) โดยการศึกษาจะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท.กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมฯ โดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ให้กับสมาชิก ส.อ.ท. เพื่อผลักดันและจูงใจให้มีการอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเตรียมพร้อมและปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานที่สอดคล้องกับนโยบายพลังงาน 4.0 เข้ามามีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานประกอบการที่เป็นการต่อยอดและเพิ่มปริมาณการผลิตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการส่งเสริมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศต่อไปในอนาคต และเห็นว่าภาครัฐควรส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆที่จะทำให้ค่าไฟฟ้ามีความคุ้มค่ามากขึ้นในอนาคตและตอบโจทย์ของพลังงานสะอาด

ขณะที่นายสมภพ พัฒนอริยางกูล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้ากำลังจะก้าวไปสู่พลังงานหลักของโลกในอนาคต และบทบาทของดิจิทัลได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานทดแทนที่จะมีเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีความเสี่ยงมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องปรับตัวซึ่งกระทรวงพลังงานที่จัดทำแผนพีดีพีก็ได้คำนึงถึง 3 ส่วนได้แก่ 1. เชื่อถือได้มีความต่อเนื่อง 2. ต้นทุนเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและ3.ความยั่งยืนที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและการยอมรับของประชาชน

ส่วนนายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)กล่าวว่า คาดว่าในปี 2562 จะเห็นตลาดไฟฟ้ามีการแข่งขันมากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์ภาคประชาชนที่รัฐจะเปิดให้มีการขายไฟเข้าระบบได้เพราะจะก่อให้เกิด Startup ใหม่ๆ ในการบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนที่เหลือที่ใช้ เช่นธุรกิจ แอพพลิเคเตอร์ ฯลฯ แต่การแข่งขันจะมากน้อยเพียงใดคงอยู่ที่กติกาที่ กกพ.จะไปกำหนดขึ้น

Tags :