« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

เอสซีจีรวมพลัง “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที”

เอสซีจีรวมพลัง “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที”
เอสซีจีรวมพลัง “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที”

สร้างฝายคืนชีวิตให้ “ถ้ำใหญ่” สถานีต่อไปสร้างบ้านปลาที่ “ระยอง”

ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวว่า "รู้สึกดีใจมาก เมื่อเห็นเยาวชนในพื้นที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกันเยอะขนาดนี้ เพราะการแก้ปัญหาจะดีขึ้นได้ในวันนี้เพราะชุมชนหันมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และจะดีขึ้นในอนาคตก็ด้วยจากเยาวชนเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหา"

ในขณะที่ นายสุทิน พรชัยสุรีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า "เป็นความร่วมมือที่น่าภาคภูมิใจที่คนในพื้นที่มาร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติอย่างยั่งยืน"

"การได้เห็นชุมชนในพื้นที่ทุกๆ ชุมชนลุกขึ้นมาฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และสร้างความอุดมสมบูรณ์ด้วยฝายชะลอน้ำจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ทำให้ผมภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก" นายอนุวัตร นาคฤทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ กล่าวปิดท้าย

ซึ่งโครงการรักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที เป็นโครงการที่เอสซีจีน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2550 และมุ่งมั่นสืบสาน รักษา ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ผ่านกระบวนการ สร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ให้เกิดความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องมืออย่าง ฝายชะลอน้ำ คืนสมดุลให้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำสระพวงเชิงเขา และแก้มลิง ให้เป็นแหล่งสำรองน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค รวมถึง บ้านปลา แหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลขนาดเล็กเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ที่ยั่งยืนตลอดเส้นทางน้ำ นับจากภูผา สู่มหานที โดยที่ผ่านมา มีตัวอย่างความสำเร็จของโครงการเกิดขึ้นมากมาย อาทิ

การสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 75,500 ฝายในพื้นที่ต้นน้ำทั่วประเทศ ซึ่งช่วยฟื้นฟูป่าชุมชนให้คืนความสมดุลกว่า 240,000 ไร่ ลดการเกิดไฟป่าจากปีละ 300 ครั้ง จนแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย ชุมชนมีน้ำใช้ในหน้าแล้งและน้ำไม่ท่วมในหน้าฝน อีกทั้งชุมชนยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการหาของป่าและทำเกษตร 9,200 บาท/ครัวเรือน/เดือน และมีรายได้จากการเปิดบ้านเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์รวม 10 ชุมชนกว่า 2.5 ล้านบาท

การสร้างบ้านปลา ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่สร้างบ้านปลาจากท่อ PE100 ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อแรงดันและการกัดกร่อนสูง มีอายุการใช้งานนานกว่า 50 ปี และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย เป็นการช่วยเพิ่มแหล่งทำประมงใกล้ชายฝั่ง สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนประมงในทะเลระยองและชลบุรี พร้อมๆ ไปกับฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ท้องทะเล เห็นได้จากการที่พบสิ่งมีชีวิตในทะเลบริเวณบ้านปลาเพิ่มขึ้นเป็น 120 ชนิด (ในปี 2560) จากเดิมที่พบเพียง 23 ชนิด (ในปี 2559) เท่านั้น หรืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน กับการสร้างบ้านปลาจำนวน 100 หลังบริเวณคลองลัดเจ้าไหม ใน พื้นที่ภาคใต้ ที่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีการปรับประยุกต์วัสดุให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของชุมชน โดยใช้ปูนทนน้ำทะเลที่ทนทานต่อน้ำกร่อย มาออกแบบเป็นวงกลมเพื่อให้แข็งแรงทนทาน เคลื่อนย้ายสะดวก และสวยงามตามธรรมชาติ เป็นต้น

และเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน เอสซีจีเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปในโครงการรักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที กับ โครงการบ้านปลา ที่เอสซีจี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เดินหน้าสานต่อ จิตอาสาสร้างบ้านปลา เอสซีจี ที่ จ.ระยอง ในช่วง 22-24 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ร่วมคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มประมงพื้นบ้านประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยสามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ http://www.scg.com/lovewater/

Tags :