« April 2018»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930     

เมนู

 

“ปิยสวัสดิ์” เผยไม่ควรขยายธุรกิจถ่านหิน ปตท.เพิ่ม

“ปิยสวัสดิ์” เผยไม่ควรขยายธุรกิจถ่านหิน ปตท.เพิ่ม
“ปิยสวัสดิ์” เผยไม่ควรขยายธุรกิจถ่านหิน ปตท.เพิ่ม แต่ให้ขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติให้ครบวงจร

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 ในวันนี้ (12 เมษายน) ว่า การพิจารณาการลงทุนธุรกิจถ่านหินของ ปตท. ที่ผ่านมามีการหารือในคณะกรรมการหลายครั้งเพื่อหาข้อสรุปว่า จะขยายธุรกิจถ่านหินเพิ่มหรือไม่ หรือยกเลิกการลงทุนในธุรกิจนี้ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเดินต่อไปอย่างไร เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงในด้านต่างๆ ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ธุรกิจนี้กลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน จากเดิมขาดทุนจำนวนมาก ในแง่ธุรกิจจึงสามารถเดินต่อไปได้ แต่อีกแง่หนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน มีเป้าหมายชัดเจนในการที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงต้องพิจารณาดูให้ดีว่าจะขยายธุรกิจต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ความเห็นส่วนตัวของตนนั้น เห็นว่าไม่ควรขยายธุรกิจนี้แล้ว ยกเว้นจะปรับปรุงธุรกิจเดิมให้ดีขึ้น เพราะในอนาคตเชื่อว่าพลังงานทดแทนจะเข้ามาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น จะเหลือเชื้อเพลิงฟอสซิลแค่ชนิดเดียวที่จะมีการเติบโต คือ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย และยังมีความต้องการใช้มากขึ้น จึงควรให้ ปตท.ลงทุนในธุรกิจก๊าซฯ ให้ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงการต่อยอดธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในอนาคตของ ปตท. ในทุกปีจะมีการทบทวนโครงการเพื่อความเหมาะสม ซึ่งในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องโครงการลงทุนในอนาคต

ทางด้านคุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า ปตท.กำลังพิจารณาลงทุนในโครงการใหม่ๆ หลายโครงการเพื่อสร้างกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยจ่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้เพิ่มขึ้น และชดเชยรายได้จากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งมีหลายโครงการที่อยู่ในช่วงปลายสัญญาอาจจะทำให้รายได้ของ ปตท.ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายโครงการของบริษัทลูกที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และเตรียมที่จะพัฒนา ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้ที่จะหายไปได้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) ของ ปตท. จากเดิมที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท ทำให้จำนวนหุ้นสามัญของ ปตท.จะเป็น 28,562,996,250 หุ้น จากเดิม 2,856,299,625 หุ้น โดยจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเห็นด้วย 99.95% ไม่เห็นด้วย 0.05%

ผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติแผนการจัดหาเงินกู้ 5 ปีของ ปตท. (ปี 2561-2565) ซึ่งคณะกรรมการได้อนุมัติแผนการลงทุน 5 ปี ไว้จำนวน 341,962 ล้านบาท รวมกับประมาณการการลงทุนเพิ่มเติมอีก 245,202 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็น 587,164 ล้านบาท แม้ว่า ปตท.ยังมีเงินสดคงเหลือและสภาพคล่องเพียงพอ โดยยังไม่มีความจำเป็นในการจัดหาเงินทุนจากแหล่งภายนอกเพิ่มเติม แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ตลาดเงินและตลาดหุ้นมีความผันผวน ปตท.จึงต้องเตรียมความพร้อมและความคล่องตัวในการบริหารการเงินเพื่อโอกาสในการลงทุน และรองรับความผันผวนทางเศราฐกิจดังกล่าว คณะกรรมการ ปตท.จึงมีมติอนุมัติแผนการจัดหาเงินกู้ 5 ปี จากแหล่งภายนอก เป็นวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อใช้ในการลงทุน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป และ/หรือเพื่อทดแทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ (Refinance)

และที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบการปรับโครงสร้าง ปตท. และแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าการโอนกิจการจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้ และ PTTOR จะเริ่มเตรียมการเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ต่อประชาชนทั่วไปตรั้งแรก และนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย PTTOR ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเรียบร้อยแล้วในวันที่ 9 มีนาคม 2561

Tags :