« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

IRPC เดินหน้าไป Galaxy ซื้อกิจการปิโตรเคมี

IRPC เดินหน้าไป Galaxy ซื้อกิจการปิโตรเคมี

IRPC เดินหน้าไป Galaxy ซื้อกิจการปิโตรเคมี


IRPC ประกาศจะเดินหน้าซื้อกิจการปิโตรเคมีทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัท คาดจะปิดดีลได้ในปีนี้ 1 โครงการ เตรียมเงินลงทุนซื้อกิจการกว่า 600-800 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อการเติบโตในอนาคต โดยอยู่ภายใต้แผนงาน Galaxy ซึ่งวางเป้าหมายจะทำดีลซื้อกิจการและร่วมลงทุน (M&A) ในโรงงานปิโตรเคมีเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยจะเน้นในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 600-800 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ได้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย และภาษี (EBIT) ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการทำ M&A ภายในปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะสรุปดีล M&A ในประเทศได้อย่างน้อย 1 ดีลภายในปีนี้

โดยโครงการ Galaxy เป็นโครงการใหม่ที่ IRPC ได้ประกาศออกมาเพื่อดำเนินโครงการ M&A ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนตามแผน Power Three ที่ประกอบด้วย  Power of Growth, Power of Digital และPower of People

ซึ่งก่อนหน้านี้ IRPC ได้ประกาศโครงการ MARS ที่จะลงทุน 1-1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานอะโรเมติกส์ ขนาด 1.3 ล้านตัน/ปี แบ่งเป็น พาราไซลีน 1 ล้านตัน/ปี และเบนซีน 3 แสนตัน/ปี คาดว่าจะเริ่มผลิตในไตรมาส 4ปี 2565 จากเดิมมีกำลังการผลิต 1.5 ล้านตัน/ปี โดยจะสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 13-15% และทำโครงการ Everest forever ซึ่งการต่อยอดจากโครงการ Everest เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในทุกด้านที่แล้วเสร็จในปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เต็มปี และจะสร้าง EBIT ให้ได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 นอกจากนี้ ยังมีโครงการการ IRPC 4.0 ที่จะเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อนำมาพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท คาดว่าจะสร้าง EBIT ได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563

ซึ่งการกำหนดแผนกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยสร้าง EBIT ได้รวม 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 ยังคาดว่าจะทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้ตามเป้าหมายที่ 29,029 ล้านบาท ภายในปี 2563 จากประมาณ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงสุดของยอดเขา Everest

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนการลงทุนรวม 5 ปี (2561-2565) จำนวน 53,279 ล้านบาท โดยประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท จะลงทุนในโครงการ MARS ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนภายในสิ้นปีนี้

สำหรับปีนี้คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะเป็นปีที่ดีที่สุด เพราะจะมีการรับรู้ผลการดำเนินได้เต็มปีจากโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของโรงกลั่นน้ำมัน (UHV) การขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน (PP) อีก 3 แสนตัน/ปี ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีนรวมเป็น 7.75 แสนตัน/ปี และโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน เพาเวอร์ กำลังการผลิต 240 เมกะวัตต์แล้วเสร็จ ประกอบกับในปีนี้ไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเหมือนปีก่อน และคาดว่าโรงกลั่นน้ำมันจะสามารถเดินเครื่องกลั่นน้ำมันได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.1 แสนบาร์เรล/วัน จาก 1.8 แสนบาร์เรล/วันในปีก่อน ในขณะที่กำลังการกลั่นน้ำมันสูงสุดของโรงกลั่น จะทำได้ถึง 2.3 แสนบาร์เรล/วัน

ส่วนแนวโน้มกำไรปกติของบริษัทในไตรมาส 1 ปีนี้ คาดว่าจะดีไตรมาส 4 ปีก่อน ที่มีกำไรประมาณ 2 พันล้านบาท เพราะคาดว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันจะสูงกว่า 14.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้น

อีกทั้งจะรับรู้รายได้จากโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สะอาด (UHV) จะสามารถดำเนินการได้เต็มที่ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา มติอนุมัติแผนการจัดหาเงินกู้ระยะเวลา 5 ปี (2561-2565) เพื่อใช้ในการลงทุนหรือทดแทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ ด้วยการกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือการออกหุ้นกู้ หรือตราสารทางการเงินจากแหล่งเงินในประเทศ ซึ่งเป็นสกุลเงินบาทหรือเงินเหรียญสหรัฐ ในวงเงินไม่เกิน หมื่นล้านบาท โดยเงินที่ขออนุมัติในครั้งนี้จะนำไปชำระคืนเงินกู้เดิม และลงทุนเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตให้กับรายได้และกำไร

Tags :