« September 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

เมนู

 

ก.พลังงานเผยช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบได้ตามเป้า

ก.พลังงานเผยช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบได้ตามเป้า

ก.พลังงานเผยช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบได้ตามเป้า


ดร.ศิริ. จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ในการช่วยลดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ จากการที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีปริมาณสต๊อกที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ ถึง 532,000 ตัน ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้ทั้ง 2 กระทรวงร่วมกันลดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ 2 แสนตัน ในช่วงระยะเวลาดำเนินการ 2 เดือน โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำการกระตุ้นให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบโดยตรงในขณะที่กระทรวงพลังงานจะเพิ่มการผลิตไบโอดีเซลจากความต้องการใช้ปกติที่ 4 ล้านลิตรต่อวัน ให้เป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน และเก็บไบโอดีเซล ส่วนที่ผลิตเกินความต้องการไว้ในสต๊อกชั่วคราว
ผลการดำเนินการ กระทรวงพาณิชย์ สามารถกระตุ้นให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ได้ 157,000 ตัน และกระทรวงพลังงาน เพิ่มการผลิตไบโอดีเซล อย่างต่อเนื่อง จากเดิม 4 ล้านลิตรต่อวัน จนถึง 6 ล้านลิตรต่อวัน ในปัจจุบัน ทำให้สต็อกไบโอดีเซลเพิ่มสูงขึ้นจาก 92 ล้านลิตร เป็น 109 ล้านลิตร
จากผลการร่วมมือของทั้ง 2 กระทรวง ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบลดลงจาก 532,000 ตัน ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 คงเหลือ 407,000 ตัน ในเดือนมกราคม 2561 และจะลดลงเหลือ 341,000 ตันในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงปกติที่ 300,000 ตัน ทั้งนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบได้เพิ่มสูงขึ้นจาก 19 บาทต่อกิโลกรัม ในเดือนธันวาคม 2560 มาเป็น 21 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกันราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ก็ปรับขึ้นเช่นกัน จาก 3.37 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ระดับ 4.10 บาทต่อกิโลกรัม โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น กก.ละ 4.20 บาทตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตามขณะนี้ถังเก็บไบโอดีเซลของภาคเอกชนใกล้เต็มแล้ว โดยจะสามารถเก็บได้ประมาณ 120 ล้านลิตร แต่ในขณะนี้เก็บไว้แล้ว 109 ล้านลิตร จาก 92ล้านลิตร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะหาถังเก็บเพิ่ม โดยอาจใช้ถังเก็บน้ำมันดีเซลมาเก็บไบโอดีเซลบี 100 แทน ซึ่งต้องดูนโยบายของภาครัฐว่าจะเป็นนโยบายระยะยาวหรือไม่ แต่ขณะนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น 2 เดือน

ดร.ศิริ ยังกล่าวถึงราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ แอบพีจีว่า ขณะนี้เป็นช่วงขาลง หากราคาในตลาดโลกยังลงต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับลดลงด้วย และขณะนี้ยังลดการชดเชยลงมาอยู่ที่เดือนละ 800 ล้านบาท จากเดือนละ 1,200 ล้านบาท ในขณะที่การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของแอลพีจีจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อไว้ใช้ในการดูแลในช่วงปลายปีที่ราคาแอลพีจีจะปรับตัวสูงขึ้น

Tags :