« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

ไฟฟ้าภาคใต้ ยังไม่มีจุดลงตัว

ไฟฟ้าภาคใต้ ยังไม่มีจุดลงตัว

ไฟฟ้าภาคใต้ ยังไม่มีจุดลงตัว


นักวิชาการ เอกชน ร่วมเสนอความคิดเห็นในงานเสวนา “ผ่าทางตัน : โรงไฟฟ้าถ่านหิน” โดย สนพ.เน้นย้ำต้องมีโรงไฟฟ้าหลักเกิดขึ้นทางภาคใต้ นักวิชาเห็นว่า ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ภาคใต้มีปัญหาเรื่องกำลังการผลิตไฟฟ้า ต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะลันตา บอกรัฐควรส่งเสริมให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพราะกระบี่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าพันเมกะวัตต์

วันนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นักวิชาการ และสมาคมท่องเที่ยวเกาะลันตา ร่วมกันเสนอความคิดเห็นในงานเสวนา “ผ่านทางตัน : โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ซึ่งยังมีความคิดเห็นที่แตกต่าง และเชื่อมั่นในข้อมูลตนเอง

โดย นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าว่า กำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าทางภาคใต้ในปัจจุบัน อยู่ที่ 2,788 เมกะวัตต์ แต่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จริง 2,624 เมกะวัตต์ ซึ่งกำลังการผลิตติดตั้งมาจากโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา 1,476 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช 930 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน 317 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล 29 เมกะวัตต์ พลังงานลม 36 เมกะวัตต์ และมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางผ่านสายส่งไฟฟ้า 460 เมกะวัตต์

หากดูสถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าทางภาคใต้ในขณะนี้ โดยอาจจะใช้การส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปเพิ่ม และเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยไปฝั่งอันดามัน แต่จะช่วยได้แค่ 2-3 ปีเท่านั้น

ในขณะที่ภาคใต้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าภาคอื่น มีความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวประมาณปีละ 150 เมกะวัตต์ ในอีก 4-5 ปี ไฟฟ้าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้แน่นอน ทำให้ต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปมากขึ้น และต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่จะเป็นโรงไฟฟ้าประเภทใด ใช้เชื้อเพลิงใด ก็ต้องศึกษาให้เหมาะสมกับพื้นที่ภาคใต้

ทางด้าน นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความต้องการสร้างโรงไฟฟ้าหลักเพิ่มเติม เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การวางแผนการผลิตไฟฟ้าในอนาคตจะต้องวางแผนให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองเพียงพอสำหรับระบบไฟฟ้าในภาพรวม เพราะหากมีโรงไฟฟ้าบางโรงไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ระบบจะต้องนำสำรองไฟฟ้าที่มีอยู่มาสำรองไฟฟ้า

ความต้องการใช้ไฟฟ้าทางภาคใต้จะใช้มากที่สุดในธุรกิจท่องเที่ยว และการพาณิชย์ ในขณะที่การใช้ไฟฟ้ามากที่สุดของประเทศ จะเป็นภาคอุตสาหกรรม ดั้งนั้น ภาพรวมจะไม่เหมือนภาคอื่น ซึ่งมองว่าภาคใต้ยังต้องการโรงไฟฟ้าหลักอยู่ เพื่อที่จะป้อนไฟฟ้าให้กับภาคใต้ได้อย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้มีการศึกษาเรื่องโรงไฟฟ้าทางภาคใต้ใหม่ ก็ต้องดูในภาพรวมมากขึ้น ทั้งประเภทเชื้อเพลิง สถานที่ตั้งโรงไฟฟ้า และลักษณะของโรงไฟฟ้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคใต้ หากโรงไฟฟ้าทางภาคใต้หายไป 1 โรง จะทำให้ไฟฟ้าไม่พอ จะต้องมีการปันส่วนไฟฟ้าไปให้ภาคใต้

ซึ่งการวางแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่นั้น จะไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะเมื่อดูตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ของประเทศ จะพบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้ารวมกันจะอยู่ที่ 30,303 เมกะวัตต์ ลดลง 2.2% ขณะที่ตัวเลขของ กฟผ. หน่วยงานเดียวอยู่ที่ 28,578 เมกะวัตต์ ลดลง 3.5% แต่เมื่อรวมในส่วนของการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS) ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบรวมของการไฟฟ้า จะมีตัวเลข 34,101 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 1.9% จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาในหลายรูปแบบเพื่อความเหมาะสม และการกระจายเชื้อเพลิงยังคงต้องมีเพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่จะพึ่งพาเชื้อเพลิงประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป

ทางภาคใต้เองก็มีพีคไม่เหมือนภาคอื่นๆ ซึ่งภาคอื่นพีคจะเกิดขึ้นในตอนกลางวัน แต่ภาคใต้จะเกิดขึ้นในตอนกลางคืน การวางแผนระบบไฟฟ้าในภาคใต้จึงต้องตอบโจยท์ของภาคใต้ให้ได้

ในปี 2560 การใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าของประเทศลดลงเหลือประมาณ 60% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 67% เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสา ที่ตั้งอยู่ใน สปป.ลาว สามารถผลิตไฟฟ้าส่งขายให้กับประเทศไทย เข้าระบบได้เต็มทั้งปี จึงลดการใช้ก๊าซฯ ลงได้

ทางด้าน นายธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตา กล่าวว่า ภาคใต้มีศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าจากน้ำเสียของโรงงานปาล์มน้ำมัน และมีปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำทลายปาล์ม หรือกะลาปาล์มที่ไม่ใช้แล้วเป็นจำนวนมาก มาเป็นเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าได้ รัฐบาลจึงควรส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลตามศักยภาพของพื้นที่นั้นให้มากที่สุด โดยจังหวัดกระบี่มีความสามรถที่จะผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 1,00 เมกะวัตต์ ซึ่งมีโรงไฟฟ้าชีวมวลบางโรงที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ เพราะรัฐอ้างว่าไม่มีสายส่งเพียงพอ ทำให้ลงทุนโดยเปล่าประโยชน์ จึงควรที่จะหันมาดูโรงไฟฟ้าเหล่านี้ ให้ผลิตไฟฟ้าป้อนชาวกระบี่

นอกจากนี้ การทำข้อมูล หรือการศึกษารายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือข้อเท็จจริงบางเรื่อง ก็ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ จึงทำให้คนในพื้นที่ยังไม่ยอมรับข้อมูลของฝ่ายที่จะก่อสร้างได้ หากรัฐบาลตั้งใจศึกษาข้อมูลในจังหวัดกระบี่ อย่างจริงจังก็จะเห็นถึงศักยภาพในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ควรส่งเสริมให้มากขึ้น และการที่จังหวัดจะผลักดันให้เป็นจังหวัดสีเขียว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลก็จะเห็นว่าควรพัฒนาจังหวัดกระบี่อย่างไร

นายบรรพต แสงเขียว รองประธาน บริษัท เกาะกง ยูนิลิตี้ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินทางภาคใต้ ก็เห็นอยู่ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทางภาคใต้เติบโตขึ้น แต่ก็มีปัญหายังไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพิ่มได้ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ถูกต่อต้าน ดังนั้น จึงเสนอทางออกให้กับรัฐบาลได้ โดยเสนอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกง ของ บริษัท เกาะกง ยูนิลิตี้ จำกัด ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกัมพูชา ให้ศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน กำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ เพื่อขายไฟฟ้ามาประเทศไทย และส่งไฟฟ้ามายังภาคใต้ของไทย ก็จะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ก็ขอให้รัฐบาลนี้ลองพิจารณาโครงการนี้ดู

Tags :