« January 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

รมว.พลังงาน สั่งการ กฟผ. ศึกษาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้


นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผว่า กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 3.4% ต่อปี โดยความต้องการใช้ไฟฟ้า สูงสุด (พีค) ในภาคใต้ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. อยู่ที่ 2,624 เมกะวัตต์ ขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ยังต่ำกว่าความต้องการใช้ ทำให้ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากภาคกลาง จึงสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ จะต้องชัดเจนภายใน 3-6 เดือน ซึ่งภาคใต้จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่จะเป็นเชื้อเพลิงใด ปริมาณเท่าไหร่ และพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ขอให้ กฟผ.ได้ศึกษาต้นทุนที่เหมาะสม แต่จะต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต โดยได้สั่งการให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.61 ซึ่งแผนพีดีพีปัจจุบันค่าไฟฟ้าในปลายแผนปี 79 จะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 5 บาท/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.8 บาท/หน่วย ในส่วนตัวไม่สามารถยอมรับได้
ยังได้มอบหมายให้ สนพ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ กฟผ. ต้องร่วมกันทบทวนนโยบายอุดหนุนโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ภายใต้เป้าหมายที่มองไปในอนาคตข้างหน้าว่า ราคาค่าไฟฟ้าของประเทศจะต้องอยู่บนพื้นฐานค่าไฟฟ้าไม่แพง
ส่วนสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) การประเมินของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก พบว่ากำลังผลิต LNG ใน 5-10 ปีข้างหน้า จะมีกำลังผลิตถึง 500 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบัน 200-250 ล้านตัน/ปี ส่งผลให้ราคา LNG เฉลี่ยมีแนวโน้มทรงตัวและอ่อนตัวลง
สำหรับการเปิดประมูลแหล่งเอราวัณ และบงกช คณะทำงานได้ข้อสรุปเรื่องการรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติขั้นต่ำจากทั้ง 2 แหล่ง ไว้ประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศ์กฟุต/วัน จากปัจจุบัน 2,100 ล้าน ลบ.ฟุตวัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นระดับที่ผลิตได้ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี โดยกำหนดให้ราคาก๊าซปัจจุบันเป็นราคาฐานเดิมเป็นกรอบหลักในการประมูล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในอนาคต
ทางด้าน นายกรศิษฎ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตห่างประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า หากไม่มีโรงไฟฟ้าหลักเกิดขึ้นในปี 63 คาดว่าภาคใต้จะมีความสุ่มเสี่ยงมากขึ้น ประกอบกับโครงการสายส่ง 500 เควี ล่าช้ากว่าแผน 1 ปี เป็นปี 64 ในช่วงดังกล่าวจะต้องหาทางประคองสถานการณ์
สำหรับการเลือกเชื้อเพลิงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในภาคใต้ จะต้องรอความชัดเจนแผนพีดีพีฉบับใหม่
โดยพื้นที่ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในวันเสาร์ ดังนั้น พลังงานหลักจึงต้องเพียงพอ ขณะที่พลังงานทดแทนยังมีปัญหาเรื่องการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ปัจจุบันยังเป็น Non-Firm จึงยังไม่มีความมั่นคงเพียงพอ ดังนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานหลักยังมีความจำเป็น

Tags :