« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

อย.เข้มตรวจอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น

อย.เข้มตรวจอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น

 
อย. วอนผู้ประกอบการชะลอนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น พร้อมสุ่มตรวจเข้มป้องกันสารปนเปื้อน ด้านผู้ประกอบการยอมรับอาจทำให้การส่งวัตถุดิบล่าช้า แต่พร้อมให้ตรวจสอบ


นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. บอกว่า ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการนำเข้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นกว่า 80 บริษัท เพื่อชี้แจงมาตรการคุมเข้มและเฝ้าระวังอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น โดยอย.ได้มาตรการไว้ 2 ระยะ คือ ระยะแรกให้เป็นการสุ่มตรวจ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการให้ข้อมูลการสำแดงนำเข้า ทั้งแหล่งผลิตพื้นที่ใดในญี่ปุ่น และวันส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่น 


โดยสินค้าที่นำเข้าหลังวันที่ 15 มีนาคมให้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง และต้องมีการเก็บตัวอย่างสุ่มตรวจ อย่างน้อยตัวอย่างละ 1 กิโลกรัม ระยะที่สอง เป็นการประกาศภาวะวิกฤติ หากมีการประกาศมาตรการนี้จะต้องเก็บตัวอย่างสินค้าทุกล็อตส่งตรวจทั้งหมด พร้อมทั้งอายัดสินค้าไว้จนกว่าผลการตรวจจะออกมา

 
รวมทั้งได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบให้ชะลอการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น และพร้อมที่จะสุ่มตรวจอย่างเข้มงวดสำหรับ อาหารที่ไม่มีใบรับรองความปลอดภัยจากประเทศต้นทาง หากพบการปนเปื้อนจะถูกยึดอายัดและทำลาย หรือส่งกลับคืนไปยังประเทศต้นทาง ซึ่งผู้นำเข้าจะมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท รวมจะถูกใช้มาตรการกักกันการนำเข้าในครั้งต่อไป  แต่ถ้าไม่พบสารปนเปื้อนเจ้าหน้าที่ก็จะถอนอายัด และอนุญาตให้จำหน่ายในประเทศต่อไป 


ส่วนสินค้าที่สุ่มตรวจในระยะแรกคือ นมและส่วนประกอบนม // พืชตระกูลหัว //  ปลา // เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยงในฟาร์มเปิด // ข้าวและธัญพืชต่างๆ


ด้านนางสาวสุภาภรณ์  อำนวยกิจ หัวหน้าด่านอาหารและยา องค์การคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกว่าหลังจากการสุ่มตรวจสอบอาหารที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นของ 2 บริษัทเอกชน จะส่งตัวอย่างไปที่สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ  เพื่อวิเคราะห์ตรวจหาสารกัมมันตรังสี ซึ่งอาหารที่ถูกสุ่มตรวจ จะต้องถูกอายัดไว้จนกว่าจะทราบผลการทดสอบว่า  มีการปนเปื้อนหรือไม่  


ขณะที่เอกชน ยอมรับว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเป็นห่วงความตื่นตระหนกของผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัยของอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งที่ผลิตภัณฑ์ยังเป็นล็อตเดิม รวมถึงล็อตที่อยู่ระหว่างการขนส่ง แต่เห็นด้วยกับมาตรการที่ อย. ดำเนินมาตรการตรวจสอบที่สนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือ เพื่อจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้นได้ แม้จะทำให้การส่งวัตถุดิบล่าช้า


ส่วนนายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย บอกว่า ผลกระทบครั้งนี้จะมีผลเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีการนำเข้า-ส่งออกไปญี่ปุ่นมากกว่า 20% ซึ่งมีอยู่ 378 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 3,600 ล้านบาท หรือ 1% ฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมด แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเอ็นพีแอล และยังคงตั้งเป้าควบคุมเอ็นพีแอลในปีนี้เอาไว้ที่ 3.7% เช่นเดิม