« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

ภัยพิบัติญี่ปุ่นดันราคาน้ำมันสำเร็จรูป-แอลเอ็นจีปรับตัวสูงขึ้น

ภัยพิบัติญี่ปุ่นดันราคาน้ำมันสำเร็จรูป-แอลเอ็นจีปรับตัวสูงขึ้น

นาย ไพรินทร์  ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มหลายเมืองของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในระยะกลางจะปรับตัวลดลง เพราะโรงกลั่นน้ำมันของประเทศญี่ปุ่นมีการปิดไปประมาณ 25% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะโรงกลั่น และโรงไฟฟ้าจะหันมาใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเตา และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาใช้แทนส่วนผลกระทบต่อด้านพลังงานของโลกไม่มาก แต่จะกระทบในวงกว้าง เพราะญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบเป็นรายใหญ่ของโลกเป็นอันดับ 2

ส่วน กรณีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีการระเบิด จะทำให้มีการกลับมาใช้นิวเคลียร์เหมือนเดิมยาก ต้องใช้น้ำมันเตา และแอลเอ็นจีมาผลิต และกำลังการผลิตจะกลับมาเท่าเดิมต้องใช้ระยะเวลา แต่เชื่อว่าศักยภาพของญี่ปุ่นคงจะใช้เวลาฟื้นฟูกลับมาได้ในเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี และเป็นโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในตอนเหนือของประเทศซึ่งมี อุตสาหกรรมน้อย หากเกิดขึ้นทางภาคใต้อาจจะได้รับผลกระทบมากกว่านี้ เพราะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

สำหรับ ผลกระทบต่อบริษัทไออาร์พีซี แม้ว่าจะมีการส่งสินค้าพลาสติกเกรดพิเศษไปญี่ปุ่น คือ น้ำมันยางสะอาด แต่เป็นจำนวนไม่ ซึ่งขณะนี้ได้หยุดการส่งรอจนกว่าท่าเรือที่ใช้รับสินค้าที่ญี่ปุ่นจะเปิด จึงจะจัดส่งได้ ปกติไออาร์พีซีจะส่งออกไปอาเซียน และจีนมากกว่า จึงได้รับผลกระทบจากครั้งนี้น้อยมาก

ส่วน ผลดีที่เกิดขึ้นจะทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ราคาสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ที่ญี่ปุ่นจะต้องนำเข้า โดยปีนี้เป็นปีที่ดีของเกษตรกรของไทย เพราะต้องการนำเข้าอาหาร และพลังงาน โดยราคาเม็ดพลาสติกคาดว่าจะสูงขึ้น โดยกำลังการผลิตเอทิลีนของญี่ปุ่นตอนนี้หายไปประมาณ 30% ของกำลังการผลิตเอทิลีนของประเทศ

ด้านนาย ศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้อำนวยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “อบก.” กล่าวว่า ในขณะนี้ราคาการซื้อขายคาร์บอนเครดิต หรือซีดีเอ็มในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยอยู่ที่ประมาณ 11.7-11.8 ยูโรต่อตัน  ยิ่งกรณีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ต้องหยุดเดินเครื่องเป็นจำนวนหลายโรง จนส่งผลทำให้ต้องมีการใช้น้ำมันเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลทำให้มีการซื้อขายซีดีเอ็มมากขึ้น จนทำให้ราคาอาจจะขยับสูงขึ้น

ซึ่งใน ส่วนของประเทศไทนมีโครงการเสนอขายซีดีเอ็มที่จดทะเบียนในสหประชาชาติไปแล้ว 43 โครงการ และมี 3 โครงการที่ได้ซื้อขายซีดีเอ็มไปแล้ว ในขณะที่องค์กรฯได้ให้รับการรับรองโครงการของไทยที่พร้อมจะซื้อขายไปแล้ว 131 โครงการรวมทั้งโครงการผลิตพลังไอน้ำและโรงไฟฟ้าร่วมของ บมจ.ไออาร์พีซี  ที่ได้รางวัล”มาตฐานมงกุฏไทย” ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด ถึง 420,000 ตันต่อปี