« June 2018»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

เมนู

 

พลังงานเดินหน้าลอยตัวแอลพีจีภาคอุตฯ

พลังงานเดินหน้าลอยตัวแอลพีจีภาคอุตฯ

กระทรวง พลังงานเดินหน้าลอยตัวภาคอุตสาหกรรมภายในเดือนกรกฎาคมนี้ แม้กกร.เสนอให้เลื่อนประกาศออกไปอีก 1-2 ปี หวั่นต้นทุนพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าตัว  

นายพยุง ศักดิ์  ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. บอกว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ  กกร. เตรียมหารือกับกระทรวงพลังงานภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้  ถึงกรณีการปรับราคาก๊าซหุ้งต้ม หรือ แอลพีจี โดยอยากให้ชะลอการลอยตัวออกไปอีก 1-2 ปี   เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว เนื่องจากการปรับขึ้นราคาแอลพีจีจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว

นอกจาก นี้ภาคเอกชนมีแนวคิดให้ลดเพดานลงมาเหลือ 40-50 หน่วยต่อเดือน เพราะหากให้เอกชนรับภาระค่าไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือน จะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึง 4-7%
 
ด้าน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. แจ้งว่า สนพ.ได้เข้าไปประสานงานกับผู้ประกอบการ โดยการหาเชื้อเพลิงอื่นมาทดแทนแอลพีจี ซึ่งที่เหมาะสมคือ น้ำมันเตาแทน เนื่องจากการลอยตัวราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมเป็นเรื่องนโยบายที่ต้องการลด การนำเข้าเชื้อเพลิง และต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนการนำเข้าปีละนับหมื่นล้านบาท ซึ่งภายหลังจากปรับเปลี่ยนในภาคอุตสาหกรรมภายในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว  ภายในปี 2555 ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการลอยตัวแอลพีจีในภาคขนส่งต่อไป

ขณะที่ นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน บอกว่า คณะกรรมการฯ พร้อมพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชน ส่วนแนวทางการเข้าไปติดตามกรณีการใช้ไฟต่ำกว่า 90 หน่วยต่อเดือนฟรีตามนโยบายรัฐบาล ขณะนี้ได้ข้อสรุปว่าจะใช้ฐานข้อมูลของผู้ที่ขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้ากับการ ไฟฟ้าชนิดขนาด 5 แอมแปร์ เนื่องจากมีการศึกษาแล้วว่าผู้อาศัยจะไม่สามารถมีเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้รัฐลดเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าลงจาก 9.1 ล้านหลังคาเรือนเป็นเพียง 7 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ

ด้าน กระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ได้เตรียมแผนสำรองกรณีราคาน้ำมันผิดปกติจากเหตุการณ์ประท้วงที่อียิปต์แล้ว เบื้องต้นจะเพิ่มวงเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยขณะนี้เงินกองทุนฯ เหลือประมาณ 23,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะกันไว้ประมาณ  3,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากวงเงินก่อนหน้าที่ดึงไปใช้ 5,000 ล้านบาท ในการตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะหมดลงในสัปดาห์นี้

เนื่อง จากเดิมกระทรวงพลังงานประเมินราคาน้ำมันดีเซลสิงคโปร์ไว้ 95-107 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่กรณีอียิปต์เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดดันให้ดีเซลทะลุไปเกิน 110 เหรียญต่อบาร์เรล เลยทำให้เงินกองทุนน้ำมันฯ ที่กันไว้ 5,000 ล้านบาท ที่จะดูแลได้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์หมดเร็วกว่าที่คาด ทำให้การเพิ่มวงเงินก็จะช่วยต่อเวลาการตรึงของรัฐออกไปอย่างน้อยก็น่าจะถึง มีนาคม