« September 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

เมนู

 

บีโอไอ ดึงหอการค้า 4 เมืองใหญ่ญี่ปุ่นลงทุนระยะยาว

บีโอไอ ดึงหอการค้า 4 เมืองใหญ่ญี่ปุ่นลงทุนระยะยาว

ญี่ปุ่น ยังเชื่อมั่นประเทศไทย โดยผู้แทนหอการค้าจาก 4 เมืองใหญ่ นาโกยา โกเบ โอซาก้า และเกียวโต เดินทางมาสำรวจลู่ทางการลงทุนในไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมต้อนรับและชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลง ทุน รวมถึงความพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดอาเซียน พร้อมย้ำจุดยืนเดินหน้าสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน ดูแลชุมชนควบคู่สิ่งแวดล้อม

นายชัย วุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 23-29 มกราคม 2554 สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงโตเกียว  (บีโอไอโตเกียว) จะนำคณะผู้แทนจากองค์กรธุรกิจญี่ปุ่นกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย  ผู้แทนหอการค้านาโกยา ผู้แทนหอการค้าโกเบ ผู้แทนหอการค้าโอซาก้า ผู้แทนหอการค้าเกียวโต  เป็นต้น รวมถึงผู้แทนสื่อมวลชนจากประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาสำรวจและศึกษาข้อมูลการลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมหารือกับคณะผู้แทนองค์กรพันธมิตรดังกล่าว  เพื่อใช้โอกาสนี้ ชี้แจงถึงศักยภาพการเป็นแหล่งรองรับการลงทุน   ของไทย นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของไทย และการให้ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่านมา เป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

“การ เดินทางมาประเทศไทยของกลุ่มองค์กรพันธมิตรครั้งนี้  แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในมุมมองของ ญี่ปุ่น ประกอบกับค่าเงินเยนที่สูงขึ้นมากยิ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้บริษัทญี่ปุ่น ออกมาลงทุนในไทยมากขึ้น  ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานการผลิต ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท  รวมถึงขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามภายหลังจากการหารือร่วมกันครั้งนี้แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม และบีโอไอ ยังมีกำหนดจัดกิจกรรมเดินทางไปชักจูงการลงทุน ณ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ด้วย ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันยิ่งขึ้นต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว 

นางอร รชกา สีบุญเรือง กล่าวว่า บีโอไอ จะได้ใช้โอกาสในการพบปะหารือร่วมกับผู้แทนองค์กรพันธมิตรครั้งนี้ เน้นย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตและความพร้อมของ ไทยในการก้าวไปสู่การผู้นำในการเป็นตลาดการค้าการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะภายหลังจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเป็นตลาดเดียวกัน

นอกจาก นี้ยังจะได้ยืนยันถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ความสำคัญกับการปรับ ปรุงเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการของ กลุ่มนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทิศทางของการมุ่งไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริม ให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

สำหรับ ประเทศญี่ปุ่น เป็นกลุ่มต่างชาติที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยสูงสุด โดยปี 2553 ที่ผ่านมามีทั้งสิ้น  364 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 104,442 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 45.2 % ส่วนปริมาณเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 62.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีโครงการขนาดใหญ่ทียื่นขอส่งเสริมในกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะ กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กิจการผลิตเคมีภัณฑ์ กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำนมดิบ และกิจการผลิตแผ่นซึมซับ เป็นต้น