« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

เมนู

 

PTT คาดรายได้ปี 54 แตะ 2.2 ล้านล้านบาท

PTT คาดรายได้ปี 54 แตะ 2.2 ล้านล้านบาท

นาย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.(PTT) คาดว่า แนวโน้มรายได้ในปี 54 จะอยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากปี 52 ที่มีรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากบริษัทและบริษัทในเครือมียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ในแง่กำไรสุทธิในปี 53 คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนใหญ่ยังคงมาจากธุรกิจของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) ได้รับผลดีจากราคาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนั้น ธุรกิจปิโตรเคมีก็มีผลประกอบการดีขึ้น แต่ในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันมีรายได้ลดลง ขณะที่ ปตท.ก็มีผลประกอบการเพิ่มขึ้น จึงทำให้ภาพรวมในปีนี้ดีขึ้นจากปีก่อน
         
สำหรับ กรณีที่รัฐบาลมีแผนปรับแก้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 เพื่อป้องกันการมีอำนาจเหนือตลาดของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ ปตท. โดยในส่วนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติก็มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ควบ คุมด้านกฎหมายอยู่แล้ว  ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นยังคงมีการแข่งขันกันดำเนินธุรกิจ โดยจะต้องไปขอสัมปทานกับทางกระทรวงพลังงาน จึงไม่มีสิทธิพิเศษแต่อย่างใด ทั้งนี้ แม้ว่า ปตท.จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดน้ำมันอยู่ที่กว่า 30%, ถือหุ้นในโรงกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30% และถือหุ้นในปิโตรเคมีเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30-40% แต่ก็พบว่าราคาจำหน่ายปิโตรเคมีและน้ำมัน ไม่มีผู้ประกอบการรายใดสามารถกำหนดได้ จึงเป็นไปตามการแข่งขันของตลาดโลก และเป็นไปตามอุปสงค์-อุปทาน ที่เกิดขึ้น

โดย ปัจจุบัน ปทต.ถือหุ้นในโรงกลั่น จำนวน 4  แห่ง จากจำนวนโรงกลั่นในประเทศ ทั้งสิ้น 7 แห่ง เชื่อว่าก็ไม่ได้ทำให้ ปตท. มีอำนาจเหนือตลาด เพราะในส่วนของโรงกลั่นบางจาก ก็มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่โรงกลั่นสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ปตท.ถือหุ้นอยู่ที่ 36% ซึ่งอำนาจการบริหารส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต สำหรับโรงกลั่นที่เหลือก็ต้องปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต.เพราะจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ"นายประเสริฐ กล่าว
         
นาย ประเสริฐ กล่าวถึงความคืบหน้าการควบรวมกิจการเครือ ปตท.ว่า ขณะนี้ ปตท. ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการควบรวมกิจการ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อสรุปที่ชัดเจนได้ เพราะจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร แจ้งผู้ถือหุ้น และแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน คาดว่าการควบรวมกิจการเครือ ปตท. จะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 1/54
         
อย่างไร ก็ตาม เชื่อว่าไม่น่าจะทำให้ ปตท. มีอำนาจเหนือตลาด เพราะเป็นการควบรวมบริษัทเดิมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น และมีต้นทุนลดลง แม้ว่า การนำบริษัทในเครือมาควบรวมกัน แต่ไม่น่าทำให้ ปตท. มีอำนาจเหนือตลาด เนื่องจากทิศทางการควบรวมกิจการเครือ ปตท. ยังเป็นทิศทางหลักที่เราต้องทำ เพราะก่อให้เกิดประโยชน์ และเป็นไปตามหลักสากลที่ทั่วโลกดำเนินการ เพราะช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัท