« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

รถไฟความเร็วสูง......ใครได้ประโยชน์?

รถไฟความเร็วสูง......ใครได้ประโยชน์?

การรถไฟแห่งประเทศไทย ถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกก่อตั้งมานานถึง 113 ปี โดยในอดีตถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มีระบบขนส่งทันสมัยที่สุดในยุคนั้น แต่ปัจจุบันกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นองค์กรล้าหลัง ขาดการพัฒนา จนมียอดขาดทุนสะสมรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินช่วยเหลือทุกปี

แต่แแล้วกลับมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญก้าวเข้ามา เมื่อทางการจีนเสนอตัวเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงกับไทยวงเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อเชื่อม
โยงระบบขนส่งจากจีนผ่านทางลาว-เวียดนาม-ไทยยาวจนถึงมาเลยเซียและทะลุถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นการลงทุนรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อ โดยจะสร้างขนาดคู่ไปกับระบบรางของไทยในปัจจุบัน

สำหรับเส้นทางที่ทางการจีนวางแผนจะสร้าง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร เงินลงทุน 1.8 แสนล้านบาท และเส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 1,000 กิโลเมตร เงินลงทุน 2.3 แสนล้านบาทรวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง  220 กิโลเมตร  เงินลงทุน  5.6  หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังเส้นทางที่ไทยสนใจจะดำเนินการเองโดยการร่วมกับภาคเอกชน คือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท

สำหรับโครงการทั้งหมดไทยจะได้ประโยชน์ครั้งนี้ถือว่ามหาศาล ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและการลงทุน เพราะเท่ากับเป็นการเปิดตลาดจีน ซึ่งมีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยว  ยังไม่นับรวมประชากรของประเทศที่รถไฟฟ้าขบวนนี้วิ่งผ่าน ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และลาวอีกขณะที่การค้า การลงทุนจะขยายตัว เพราะสามารถขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรส่งผ่านกระบวนรถไฟฟ้านี้ไปถึงที่หมายในจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักได้อย่างง่ายดาย

ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบการลงนามบันทึกข้อตกลงในเบื้องต้นแล้ว แต่ให้เสนอแผนรูปแบบการร่วมทุนเข้ามาให้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาแบ่งสัดส่วนถือหุ้น 50:50 ระหว่างรัฐบาลไทย-จีนโดยในส่วนของไทยคาดว่าจะเป็นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ที่มีความชำนาญด้านเทคนิคและการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ที่เป็นเจ้าของที่ดินในการเดินรถไฟจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว

ส่วนจีนจะเข้าร่วมโดยใช้เงินลงทุน และหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับพัฒนาโครงการอีกด้วย ซึ่งถ้ากรอบการเจรจาเรื่องนี้เป็นไปได้จริง เชื่อว่าโครงการรถไฟฟ้าระยะที่ 1 คือ หนองคายกรุงเทพฯ จะเริ่มตอกเสาเข็มได้ในต้นปี 2556 และจะสามารถเดินรถได้ภายใน 5 ปีหลังจากนั้น 

แต่อุปสรรคในการเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงยังมีอยู่มาก เช่น กฎหมายของ พ.ร.บ.รถไฟ ที่ไม่ให้ต่างด้าวถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในกิจการรถไฟของไทย การแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุน ที่ยังไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งการเซ็นสัญญาร่วมโครงการต้องผ่านการพิจารณาการจัดทำหนังสือสัญญากับนานาชาติตาม รัฐธรรมนูณมาตรา190 ของรัฐสภาก่อน ซึ่งต้องผ่านมารุมทึ้งจากนักการเมืองอีกจำนวนมาก

...ต่อจากยกแรกที่ยังไม่นับรวมเรื่องการแย่งชิงผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะล่าสุดกระทรวงคมนาคมภายใต้พรรคภูมิใจไทย ก็โดดเข้ามาขอดึงเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วจากจีนขอไปดูเอง ทำให้กว่าอดคิดไปไม่ได้ว่าโครงการนี้ถือเป็นจุดที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคนหรือเป็นเพียงการแสว่งหารายได้เข้ากระเป๋านักการเมืองบางคนเพียงเท่านั้น.........จับตาให้ดี 

////////////////////////

เส้นทางรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง

1.กรุงเทพฯ-หนองคาย      ระยะทาง 615 กิโลเมตร        เงินลงทุน 1.8 แสนล้านบาท

2.กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์   ระยะทาง 1,000 กิโลเมตร    เงินลงทุน 2.3 แสนล้านบาท

3.กรุงเทพฯ-ระยอง            ระยะทาง  220 กิโลเมตร  เงินลงทุน  5.6  หมื่นล้านบาท

4.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่        ระยะทาง 745 กิโลเมตร   เงินลงทุน 2 แสนล้านบาท

*ที่มากระทรวงคมนาคม