« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

เมนู

 

น้ำตาลทรายขาดแคลน....ปัญหาแก้ยาก?

น้ำตาลขาดแคลน....ปัญหาแก้ยาก?

ปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลในท้องตลาดเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว ส่งผลให้ประชาชนบางพื้นที่ต้องซื้อน้ำตาลถึงกิโลกรัมละ 30 บาท สูงกว่าราคาที่รัฐบาลแนะนำไว้ที่กิโลกรัมละ 23.50 บาท ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาล ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเร่งให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ไขปัญหา เพราะน้ำตาลถือเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญอย่างหนึ่งของประชาชน รวมทั้งอาจจะทำให้ราคาสินค้าที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิตขอปรับขึ้นราคาได้

โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัจจุบันราคาน้ำตาลในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลกสามารถผลิตน้ำตาลได้น้อยลง เพราะปัญหาภัยแล้ง ผู้ค้าจึงให้ความสนใจตลาดต่างประเทศมากกว่าภายใน และสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลหายไปจากท้องตลาด  คือ อุตสาหกรรมอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออก หันกลับมาซื้อน้ำตาลโควตา ก ที่ใช้เพื่อการบริโภคในประเทศที่มีราคาถูก แทนใช้น้ำตาลโควตา ค เพื่อการส่งออก ที่ได้รับการจัดสรรไปให้ 
       
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำตาลในประเทศขาดแคลน กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นผู้ดูแลปริมาณน้ำตาลในประเทศ และระบบการจัดส่งน้ำตาลให้กับพ่อค้าคนกลางและผู้ค้ารายย่อย

โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งเพิ่มปริมาณน้ำตาลโควต้า ก. อีก 1 ล้านกระสอบ เป็น 23 ล้านกระสอบ ซึ่งจะต้องนำเงินจาก กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายมาซื้อน้ำตาลโควต้า ค. ซึ่งจะต้องใช้เงินถึง 300 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดประมูลจากผู้ส่งออกในต้นสัปดาห์นี้ (12 ก.ค.) รวมทั้งการไม่ต่ออายุใบอนุญาตขนน้ำตาลเกินกำหนด 15 วัน จนกว่าน้ำตาลที่เหลืออยู่จะระบายออกสู่ตลาดหมด ทำให้มั่นใจภายใน 3 สัปดาห์ สถานการณ์น้ำตาลจะมีเสถียรภาพทั้งปริมาณและระดับราคา

ส่วนกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการขอโควต้าน้ำตาลพิเศษ จำนวน 1 ล้านกระสอบ จากกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อนำมาบริหารจัดการให้ผู้ค้ารายย่อย ให้มีน้ำตาลออกสู่ตลาดมากขึ้น รวมทั้ง คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. มีมติให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กำหนด โรงงานน้ำตาลทรายและผู้แทนจำหน่ายและค้าส่ง  ต้องแจ้งปริมาณการผลิต  การจำหน่ายภายในประเทศ การส่งออก  ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บภายใน 7 วันหลังจากมีการเปลี่ยน และทุกเดือน พร้อมจัดทำบัญชีคุมสินค้า และแจ้งรายชื่อผู้ซื้อที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 10,000 กิโลกรัมขึ้นไป

และผู้ที่จะขนย้ายน้ำตาลทรายตั้งแต่ 1,000 กิโลกรัมขึ้นไปใน 24 จังหวัด ใน107 อำเภอที่มีชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านต้องขออนุญาตขนย้ายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนหรือการปฏิเสธการจำหน่ายและลักลอบการส่งออก ขณะที่การดูแลราคาให้กำหนดราคาขายปลีกในแต่ละจังหวัดกำหนดราคาขึ้นได้ไม่เกิน 5 % จากราคาแนะนำ เช่น ราคาแนะนำที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ที่กิโลกรัมละ 25.50 บาท ก็บวกได้อีกไม่เกิน 1.25 บาทเท่ากับกิโลกรัมละ 26.75 บาท
แต่หากจำเป็นต้องขายเกินราคาต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกร.ก่อน โดยทุกมาตรการจะมีผลทันที และผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

แต่มาตราการทั้งหมดกลับอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้  เนื่องจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ (ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารห้างค้าปลีก เทสโก้ โลตัส) ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า  โรงงานน้ำตาลทรายไม่จัดส่งน้ำตาลทรายให้ตามความต้องการได้ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยจัดส่งให้เพียง 90% หรือต่ำกว่านั้นมาก จากความต้องการประมาณ 2 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน ทำให้ห้างค้าปลีกจะต้องจำกัดปริมาณการจำหน่ายให้แก่ประชาชน 

โดยผู้ประกอบการตั้งข้อสังเกตุว่าการที่ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาล กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ มีการจัดสรรน้ำตาลทรายให้กับผู้ค้ารายย่อยบางกลุ่ม เพื่อนำไปขายให้ประชาชนในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 30 บาท มากกว่าที่จัดส่งให้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ถูกจำกัดราคาขายที่กิโลกรัมละ 23.50 บาท ดังนั้นเราต้องจับตาดูให้ดีว่าการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ของรัฐบาลจะสำเร็จ หรือ เป็นเพียงการสร้างภาพให้ประชาชนเห็นเพียงเท่านั้น โดยยังมีการหาผลประโยชน์ให้ตกอยู่กับกลุ่มคนที่ใกล้ชิดนักการเมืองต่อไป........ 

 

//////////////////

ปริมาณจำหน่ายและน้ำตาลคงเหลือ

ยอดผลผลิตน้ำตาลรวม                                 69,229,758  กระสอบ

น้ำตาลโควตา ก.                                           22,000,000 กระสอบ

น้ำตาลโควตา ข.                                           8,000,000 กระสอบ 

   
น้ำตาลโควตา ค.                                        39,229,758 กระสอบ

///////////////////////

เปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลค้างกระดาน

1 ก.ค. 2550         1,203,512 กระสอบ


1 ก.ค. 2551         1,773,142 กระสอบ


1 ก.ค. 2552            973,689 กระสอบ


1 ก.ค. 2553         1,540,652 กระสอบ 

*ที่มาสำนักงานคณะกรรมการ้อยและน้ำตาลทราย ณ วันที่   1  ก.ค.  2553
**หน่วย:กระสอบ(100 กิโลกรัม)