« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

เมนู

 

สนพ.เสนอ 5 แนวทางจัดการแอลพีจี

สนพ.เสนอ 5 แนวทางจัดการแอลพีจี

สนพ.เสนอ 5 แนวทางจัดการแอลพีจี ด้านนายกรัฐมนตรี เตรียมพิจารณามาตรการลดค่าครองชีพถาวรเดือนธันวาคมนี้ มั่นใจไม่กระทบการเงิน – การคลังของประเทศ

สำนักนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. รายงานว่า ได้จัดทำแนวทางการแก้ปัญหา แอลพีจี หลังสิ้นสุดมาตรการในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าไว้แล้ว ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่  //การปรับขึ้นราคาแอลพีจีทุกภาค โดยการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลิตรละ 2.72 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระการนำเข้าแอลพีจีได้เดือนละ 855 ล้านบาท 

//การคงราคาภาคครัวเรือนแต่ปรับราคาภาคขนส่งและอุตสาหกรรมกิโลกรัมละ 10.15 บาท //การคงราคาภาคครัวเรือนและขนส่ง แต่ปรับขึ้นภาคอุตสาหกรรมกิโลกรัมละ 14.02 บาท //การปรับขึ้นทุกภาคโดยขึ้นราคาภาคครัวเรือนเพียงครึ่งหนึ่งของราคาภาคขนส่งและอุตสาหกรรม  //การปรับขึ้นราคาแอลพีจีทุกภาค โดยกองทุนน้ำมันฯรับภาระครึ่งหนึ่งคิดเป็นเดือนละ 427 ล้านบาท

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า การทำมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพแบบถาวร จะไม่กระทบกับการเงินและการคลังของประเทศ เพราะรัฐบาลได้ศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านแล้ว หลังจากล่าสุดรัฐบาลได้ต่ออายุมาตรการค่าครองชีพ เรื่องค่าไฟ รถเมล์ และรถไฟฟรีถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2553 รวมทั้งได้ต่ออายุการตรึงราคาก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี อีก 6 เดือน แต่การจะทำมาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการถาวรหรือไม่นั้น รัฐบาลจะพิจารณาอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้

สำหรับการใช้มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นแบบถาวร จะเป็นระบบที่โปร่งใส เป็นบริการเพื่อสังคม โดยรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบจะต้องมีการตกลงกับรัฐบาลเรื่องงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี เพื่อไม่ต้องพึ่งพาการต่ออายุมาตรการเป็นระยะ ที่อาจจะมีปัญหาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องได้

นายกรัฐมนตรีบอกอีกว่า ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีมาตรการเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือประชาชน ที่เป็นหนี้นอกระบบให้เข้าสู่ระบบมากขึ้น  โดยที่ผ่านมาสามารถขึ้นทะเบียนลูกหนี้นอกระบบได้แล้ว 2 แสนราย และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 แสนรายในสิ้นเดือนนี้ จากมาตรการผ่อนปรนกฎเกณฑ์เพิ่มเติมที่จะช่วยให้ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนลูกหนี้ ผ่านการอนุมัติมากขึ้น