« May 2018»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เมนู

 

ดัชนีผลผลิตอุตฯ พ.ค.เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9

ดัชนีผลผลิตอุตฯ พ.ค.เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9

นายสมชาย หาญหิรัญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2553 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ว่า ดัชนีผลผลิต(มูลค่าเพิ่ม) อยู่ที่ระดับ 184.94 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 จากระดับ 159.57

ส่วนดัชนีการส่งสินค้า อยู่ที่ระดับ 186.29 เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4 จากระดับ 157.39 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง อยู่ที่ระดับ 189.17 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.4 จากระดับ 179.54 ดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 117.30 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 จากระดับ 108.32 ดัชนีผลิตภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 139.53 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 จากระดับ 135.65 โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต อยู่ที่ร้อยละ 64.0  สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลต่อการขยายตัวที่สำคัญ ประกอบด้วย การผลิตน้ำดื่ม ยานยนต์ Hard disk drive การแปรรูปสัตว์น้ำ การผลิตเหล็ก

ทั้งนี้ การผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.2 และร้อยละ 10.2 ตามลำดับ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวผู้บริโภคมีกำลังจับจ่ายสินค้ามากขึ้น และเดือนพฤษภาคมยังอยู่ในช่วงฤดูร้อน จึงมีความต้องการบริโภคน้ำดื่มในปริมาณสูงส่งผลต่อการขยายตัวทั้งการผลิตและจำหน่ายดังกล่าว ส่วนการผลิตยานยนต์ ขยายตัวถึงร้อยละ 90.6 และร้อยละ 78.9 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการขยายตัวของทุกรถยนต์ทุกประเภท เนื่องจากผู้ผลิตเร่งผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและส่งออก โดยในเดือนพฤษภาคมการส่งออกรถยนต์สูงขึ้นกว่าร้อยละ 135.25 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าทั้งปีปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ จาก 1.4 ล้านคัน เป็น 1.5-1.6 ล้านคัน โดยจำหน่ายในประเทศประมาณ 700,000 คัน และส่งออกประมาณ 900,000 คัน 

การผลิต Hard disk drive การผลิตและจำหน่าย เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 14.5  และร้อยละ 6.4 ตามลำดับ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวและการปรับตัวของผู้ผลิตที่สามารถผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดต่างประเทศที่สำคัญ คือ จีน และสหรัฐ โดยตลอดปี 2553 มีทิศทางการขยายตัวที่ดี เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อการส่งออกที่แข็งแกร่งสามารถรับคำสั่งซื้อได้จำนวนมากและส่งมอบสินค้าทันตามกำหนด ผู้นำเข้าทั่วโลกจึงให้ความไว้วางใจส่งผลต่อการขยายตัว ทั้งปีคาดว่าจะอยู่ประมาณร้อยละ 10

การผลิตอาหารแปรรูปจากสัตว์น้ำ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การผลิตและจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 และร้อยละ 14.7 ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่ขยายตัวอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าหลัก เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ปลาซาร์ดีนกระป๋อง กุ้งแช่แข็ง และเนื้อปลาแช่แข็ง ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้าจากทั่วโลก และช่วงเดือนพฤษภาคมนี้มีปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ทำให้สหรัฐสั่งนำเข้ากุ้งจากไทยมากขึ้น ส่วนการผลิตเหล็ก การผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.0 และร้อยละ 27.6 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นไปตามทิศทางการขยายตัวของธุรกิจก่อสร้าง และโครงการใหญ่ของรัฐบาลในด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในด้านต่าง ๆ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และราคาเหล็กในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการปรับตัวให้สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบแร่เหล็ก