« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

เมนู

 

Update//ราคาน้ำมันลงอีก 40 สต.

Update//ราคาน้ำมันลงอีก 40 สต.

ผู้ค้าทุกราย  ลดราคาน้ำมันทุกชนิดลงอีกลิตรละ  40 สตางค์  เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์  ยกเว้น E85 ตั้งแต่วันพรุ่งนี้  ด้านอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  เชื่อปีนี้ราคาดีเซลไม่ทะลุ  30 บาท

นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท. บอกว่า ผู้ค้าน้ำมันทุกราย ได้ปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศทุกชนิดลงอีกลิตรละ 40 สตางค์  ยกเว้น E85 โดยมีผลตั้งแต่  5 นาฬิกา วันพรุ่งนี้   ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งที่  2  ในรอบสัปดาห์

ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลวันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 91 ลิตรละ 36.44 บาท , น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 31.14 บาท , น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 32.64 บาท , น้ำมันดีเซล B2 ลิตรละ 29.49 บาท และไบโอดีเซล B5 ลิตรละ 28.29 บาท

ทั้งนี้สำหรับสาเหตุมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะความกังวลว่าวิกฤตปัญหาหนี้สินของกรีซจะลุกลามบานปลาย ประกอบกับรายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 364 ล้านบาร์เรล และราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการในภูมิภาคลดลง

ด้านนายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน บอกว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 75-76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล   ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศจะไม่ถึงระดับลิตรละ 30 บาท ตามที่หลายฝ่ายกังวล 

ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์วันละ 20 ล้านลิตร  เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2 %  เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประชาชนมีการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา  ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล เฉลี่ยวันละ  52.4 ล้าน ลดลงจากเดือนมีนาคม 4 %

ขณะที่ นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน บอกว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงพลังงานจะหารือกับ //คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน  //สำนักนโยบายและแผนพลังงาน //และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายทันที รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในปีหน้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

หลังจากในปีนี้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค ทำลายสถิติ 10 ครั้ง หรือ ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 1,965 เมกะวัตต์ เทียบเท่ากับกำลังผลิตโรงไฟฟ้า 3 โรง  จากปัจจุบันกฟผ.มีกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายทันทีอยู่ประมาณ 700-1,400 เมกะวัตต์           

นายพรชัย บอกด้วยว่า สำหรับมาตรการที่เตรียมรองรับไว้ คือ ยืดอายุโรงไฟฟ้าที่ต้องปลดระวางออกจากระบบ ตามแผนกว่า 17,000 เมกะวัตต์ โดยบางโรงสามารถปรับปรุงได้ รวมทั้งเร่งให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทพลังงานร่วมอีกประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าเอสพีพีสามารถดำเนินการได้เร็ว เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงให้กับระบบได้