« May 2018»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เมนู

 

รมว. พลังงาน ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยาก้าวหน้าแล้วร้อยละ 93 คาดปลายปี 53 เปิดใช้เป็นพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานตามแผน

รมว. พลังงาน  ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยาก้าวหน้าแล้วร้อยละ 93  คาดปลายปี 53 เปิดใช้เป็นพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานตามแผน
 
รมว.พลังงาน  ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน เขื่อนเจ้าพระยา ที่รุดหน้างานก่อสร้างแล้วร้อยละ 93  หากแล้วเสร็จตามแผนปลายปี  2553 จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานแห่งแรกของ กฟผ. ที่มีการบูรณาการน้ำในเขื่อนกรมชลประทานเพื่อประโยชน์สูงสุด  สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดได้ปีละ 61 ล้านหน่วย  ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงต่างประเทศปีละ  15  ล้านลิตร   และลดการปล่อย CO2   ปีละ 36,518  ตัน 

วันนี้ (30 เม.ย.)  นายแพทย์วรรณรัตน์  ชาญนุกูล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท   โครงการความร่วมมือระหว่าง กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยมีนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน  ศ.ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน  นายจำลอง  โพธิ์สุข  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์  ผู้ว่าการ กฟผ.  หน่วยงานภาครัฐ  เอกชน  และประชาชนจังหวัดชัยนาท ร่วมติดตามความก้าวหน้าของโครงการฯ

นายแพทย์วรรณรัตน์  ชาญนุกูล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เป็นโครงการฯ ที่สนองตอบแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของภาครัฐ ในการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานที่มีอยู่ในธรรมชาติและเป็นพลังงานสะอาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการเมื่อเดือนธันวาคม    2550 เป็นโครงการฯ ที่มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำเมื่อเทียบก ับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน   ชนิดอื่น  และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  

นายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์  ผู้ว่าการ กฟผ.  กล่าวว่า  โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา  ตั้งอยู่ที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท  เป็น 1 ใน 6 โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานที่ กรมชลประทาน และ กฟผ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเห็นชอบร่วมกันพัฒนาโครงการเมื่อเดือนเมษายน 2550  ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท  เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เขื่อนนเรศวรและเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากเขื่อนของกรมชลประทาน โดยนำมาผ่านเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าก่อนระบายลงท้ายเขื่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านการเกษตร ด้านพลังงานและอื่นๆ  ทั้งนี้จะไม่กระทบต่อแผนการปล่อยน้ำของกรมชลประทานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพน้ำ 
 
สำหรับรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา  มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 910 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างโดยกิจการร่วมค้าอิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท SINOHYDRO CORPORATION LIMITED โดยเริ่มงานก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550  ประกอบด้วยงานก่อสร้างอาคารโรงไฟฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 6 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังผลิต 12 เมกะวัตต์  ใช้ปริมาณน้ำในการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยเครื่องละ 97.3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ที่ความสูงของหัวน้ำ 7.20 เมตร   ปัจจุบันมีความคืบหน้างานก่อสร้างแล้วร้อยละ 93 ซึ่งเมื่อโรงไฟฟ้าก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2553  จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดได้ปีละ 61 ล้านหน่วย  ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงต่างประเทศปีละ 15 ล้านลิตร  และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปีละ 36,518 ตัน   อีกทั้งชุมชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนาชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในอัตรา 2 สตางค์ต่อหน่วย รวมเป็นเงินประมาณปีละ 1.2 ล้านบาท

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า   โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา  นับเป็นอีกหนึ่งในโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ.  ที่แสดงถึงความตระหนักใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน   ซึ่งเมื่อวันที่  24  มีนาคม 2553  องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  (องค์การมหาชน)   มีมติรับรองให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เป็นหนึ่งใน 5 โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานของ กฟผ. ที่สนับสนุนต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นโครงการตามกลไกการพัฒนาที่สะอาดด้านพลังงานประเภทโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของหน่วยงานภาครัฐ