« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

เมนู

 

ปัญหามาบตาพุดเกินสิ้นปีกด GDP เหลือ 2.5%

ปัญหามาบตาพุดเกินสิ้นปีกด GDP เหลือ 2.5%

นักวิชาการ ระบุ ปัญหามาบตาพุดยืดเยื้อเกินสิ้นปีฉุดเศรษฐกิจขยายตัวเหลือ 2.5% ด้านส.อ.ท. มั่นใจสามารถตั้งองค์การอิสระภายในเดือนเมษายนนี้ 

นายเอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ คณะบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า บอกในงานสัมมนา “มาบตาพุด ผลกระทบและโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน” ว่า ได้ทำการศึกษาผลกระทบกรณีการลงทุนในมาบตาพุด 49 โครงการเกิดความล่าช้าเกินสิ้นปีนี้ พบว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ลดลงจาก 3.8% เหลือ 2.5% หรือ คิดเป็นมูลค่าที่ลดลง 58,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.3% ของจีดีพี และหากมีการยุบสภาเกิดขึ้นในปีนี้ จะยิ่งฉุดให้จีดีพีลดลงมากกว่า นั้น
 
สำหรับโครงการลงทุนในมาบตาพุด 49 โครงการที่ติดปัญหาอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะมี 19 โครงการที่จะดำเนินการต่อไปได้ เพราะเป็นโครงการที่ก่อสร้างก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ส่วนอีก 30 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมยังมีปัญหา เพราะเป็นโครงการก่อสร้างหลังประกาศใช้รัฐธรรรมนูญ ปี 50 และเป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน การทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA และผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA ก่อน

ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ยอมรับว่า ปัญหามาบตาพุดส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น บมจ.ปตท. //โกลว์ //และปูนซิเมนต์ไทย แต่ตลาดได้สะท้อนราคาหุ้นไปแล้ว โดยจะต้องรอดูการแก้ปัญหาของภาครัฐต่อไป
 
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า ความคืบหน้าการตั้งองค์การอิสระ ขณะนี้คณะกรรมการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระ ได้รับรองรายชื่อคณะกรรมการ แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 13 คน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวลดล้อมแห่งชาติพิจารณาต่อไป
 
ส่วนการพิจารณาประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จะมีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในวันที่ 2 เมษายนนี้ เป็นครั้งสุดท้าย และสรุปผลให้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายพิจารณา หลังจากนั้นจะมีการประกาศประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าจะมีน้อยกว่า 19 ประเภทกิจการ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้สำหรับ 49 โครงการที่ติดปัญหาอยู่ ขณะนี้กำลังการจัดทำ EIA และ HIA และรอความเห็นจากองค์การอิสระ ส่วนโครงการใหม่ ที่จะก่อสร้างในอนาคต จะต้องดำเนินการตามกระบวนการนี้ด้วย ส่วนความคืบหน้าของการลงทุนในมาบตาพุด ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมยื่น 9 โครงการ เพื่อขอให้ศาลสั่งดำเนินการต่อไปได้