« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

เอสซีจี เคมิคอลส์ สยายปีกคลุมอาเซียน

เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ประกอบการปิโตรเคมีรายใหญ่ของประเทศไทย ในเครือเอสซีจี รุกธุรกิจปิโตรเคมีต่อเนื่อง ล่าสุดขยายการลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีในประเทศอาเซียน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจปิโตรเคมี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในอาเซียน

นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ในบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอสซีจี เคมิคอลส์ มั่นใจว่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ขยายการลงทุนด้านปิโตรเคมีที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2561 โดยจะใช้กลยุทธ์หลัก 2 ด้าน ได้แก่ 1.การสร้างเครือข่ายปิโตรเคมีครบวงจร โดยเชื่อมโยงการบริหารธุรกิจของโรงงานของเอสซีจีที่อยู่ในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนด้านการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตวัตถุดิบที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจปิโตรเคมีในอาเซียน โดยยืนยันว่าฐานธุรกิจหลักด้านปิโตรเคมีของเอสซีจียังอยู่ใน 3 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

และ 2.การพัฒนาสินค้าให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ด้วยการเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2561 จะใช้งบด้านการวิจัยและพัฒนาประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อพัฒนาธุรกิจพลาสติกหลัก โดยเฉพาะพลาสติกที่สร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA

ทั้งนี้ การขยายการลงทุนในฐานการผลิตหลัก ให้มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ (เอทิลีน และโพรพิลีน) รวมกันประมาณ 5.8 ล้านตัน แบ่งเป็น เอทิลีน 3.6 ล้านตัน และโพรพิลีน 2.2 ล้านตัน ในปี 2561

โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนในประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางการผลิต HVA ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร และมีโรงงานผลิตโอเลฟินส์ 2 โรงงาน กำลังการผลิต 8.5 แสนตัน/ปี ซึ่งจะขยายกำลังการผลิตเป็น 9 แสนตัน/ปี

ส่วนประเทศอินโดนีเซีย จะเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากมีประชากรเป็นจำนวนมาก ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (HVA) ซึ่งจะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของเอสซีจี เคมิคอลส์ ในอนาคต ปัจจุบันเอสซีจีมีการลงทุนร่วมกับ บริษัท พีที จันทรา แอสซรี ซึ่งเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีครบวงจรที่อินโดนีเซีย โดยเอสซีจี ถือหุ้นอยู่ 30% จะขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นจาก 6 แสนตัน/ปี เป็น 8.5 แสนตัน/ปี นอกจากนี้ จันทรา แอสซรี ได้จับมือกับบริษัท มิชลิน จากประเทศฝรั่งเศส ร่วมลงทุนทำยางสังเคราะห์ประเภท อีโค ไทรส์ (Eco Tyres) ด้วยเงินลงทุน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการลงทุนของมิชลินในรอบ 40 ปี

สำหรับการลงทุนในประเทศเวียดนาม จะเป็นฐานการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเพื่อป้อนตลาดในประเทศและส่งออก โดยจะลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เมืองลองเซิน มีมูลค่าลงทุนประมาณ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะนี้ โครงการนี้มีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ คาดว่าปีหน้าจะได้ข้อสรุป รวมทั้งแหล่งเงินกู้จะได้ข้อยุติในปลายปีหน้า โดยกลุ่มเอสซีจีจะถือหุ้นใหญ่สุด 46% ที่เหลือจะเป็นเวียดนาม และก้าตาร์ ซึ่งโครงการนี้จะมีโรงโอเลฟินส์ กำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านตัน/ปี

ทั้งนี้ การลงทุนของเอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นการกระจายในตลาดสำคัญๆ และจะกระจายความหลากหลายของสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจ เป็นการเติบโตแบบยั่งยืน แบบค่อยเป็นค่อยไป" นายชลณัฐ กล่าว

โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงขาขึ้นนับจากนี้ไปอีก 5 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2561 จากนั้นก็จะเข้าสู่ภาวะขาลงตามวัฏจักรตลาดโลก จะถือเป็นโอกาสที่ดีในการเร่งขยายการลงทุนในช่วงนี้

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2557 เติบโต 5-10% จาก 2.1-2.2 แสนล้านบาท ในปัจจุบัน ยังไม่รวมรายได้จากการลงทุนโครงการปิโตรเคมีในเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่จะเข้ามาช่วงปี 2561

นั่นเป็นอีกหนึ่งบริษัทปิโตรเคมียักษ์ใหญ่ของไทย ที่สยายปีกการลงทุนในอาเซียน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อการลงทุนครบทุกเฟสตามที่ตั้งเป้าไว้ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะกลายเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีอันดับต้นๆ ในภูมิภาคนี้