« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

เครือ ปตท.ปรับแผนป้องกันน้ำมันรั่ว

เครือ ปตท.ปรับแผนป้องกันน้ำมันรั่ว

หลังจากที่เกิดเหตุท่อรับน้ำมันดิบของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC แตก ก็ทำให้หลายๆ หน่วยงานหันมาให้ความสนใจในการซักซ้อมมาตรการของการส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วย มาตรการป้องกันอุบัติภัย มาตรการเตือนภัย มาตรการระงับอุบัติภัย และมาตรการจัดการให้เกิดความปลอดภัย ทั้งด้านการขนส่งทางน้ำการขนส่งทางท่อ การขนส่งทางรถยนต์ และการขนส่งทางรถไฟ

โดยการขนส่งน้ำมันทางทะเลในส่วนของท่ออ่อนที่รับน้ำมันดิบจากเรือน้ำมันดิบ เพื่อส่งต่อเข้าท่อเหล็ก กระทรวงพลังงานเห็นว่าควรจะต้องเปลี่ยนมาเป็นระบบท่อ 2 ชั้น เพื่อให้เกิดแข็งแรงและต้องตรวจสอบท่ออ่อนจนถึงทุ่นรับน้ำมันทุกๆ 3 เดือน รวมถึงได้เน้นย้ำการตรวจสอบด้วยการเพิ่มเรือจากเดิม 1 ลำ เป็น 2 ลำ ตรวจสอบการขนส่งน้ำมันที่ทุ่นกลางทะเล โดยให้เรือเพิ่มปริมาณบูม และน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน กำลังคน หากเกิดอุบัติเหตุจะได้จำกัดได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ในส่วนของบริษัทในเครือ ปตท. ก็ได้มีการปรับแผนเตรียมการรองรับต่อกรณีนี้ เริ่มจาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. บอกว่า ศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด และไปตรวจสอบดูอุอุปกรณ์ต่างๆ เรามีเรือคอนเดนเสทที่อยู่กลางทะเลอ่าวไทย ก็ต้องไปตรวจสอบดูว่าเรือที่รับน้ำมัน ท่อที่รับน้ำมัน ตัวบูมที่ต้องมาใช้ วันนี้ท่อที่ใช้ในอ่าวไทยเป็นท่อสองชั้นอยู่แล้ว เมื่อโหลดเสร็จก็จะม้วนท่อขึ้นมาเก็บบนเรือ ก็จะลดความเสี่ยงที่จะทำให้ท่อถูกระแทกทำให้เสียหาย นอกจากนี้ ก็จะนำบูมที่เก็บไว้ที่จังหวัดสงขลา ไปเก็บไว้ที่กลางทะเลด้วย หากเกิดน้ำมันรั่วไหล จะได้เอาบูมไปล้อมเพื่อไม่ให้น้ำมันเกิดการกระจายออกไป

“เราย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัย และวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น” นายเทวินทร์ กล่าว

ส่วนความร่วมมือกับ ปตท. กลุ่มธุรกิจน้ำมันจะรวมกันเป็นภาคีอยู่แล้ว ในการที่จะช่วยกันแบ่งปันเครื่องมือที่จะใช้ตอนที่เกิดน้ำมันรั่ว และเรามีบุคลากรที่มีประสบการณ์ที่ได้แก้ไขปัญหาตอนที่เกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย ก็ได้นำบุคลากรเหล่านี้มาช่วย PTTGC ในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนฉุกเฉินที่ทำร่วมกัน ก็มีความพร้อมอยู่แล้ว จึงได้รวบรวมกำลังมาช่วยตั้งแต่วันแรก ทำให้ช่วยกู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าเราสามารถฟื้นฟูและทำความสะอาดอ่าวพร้าวได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 1 สัปดาห์พลิกฟื้นได้อย่างดี

ทางด้านไทยออยล์ได้เตรียมตัวรับมือกับเรื่องเหล่านี้ คือ ได้มีการจัดทำแผนและซ้อมแผนฉุกเฉินอยู่เป็นประจำ โดยมีการปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็จะมีแผนรองรับเพิ่มเติมอีก

ส่วน นายนายอธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

ไออาร์พีซีมีท่าเรือ มีเรือน้ำมันดิบเข้ามา 5-6 ลำต่อเดือน ก็ได้มีซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับกองทัพเรือเป็นประจำ โดยใช้มาตรฐานสูงสุดในการป้องกันภัยทางทะเล โดยปกติเรือที่เข้ามาขนถ่ายน้ำมัน จะมีการล้อมบูมก่อน และมีเจ้าหน้าที่ที่ฝึกซ้อมมาอย่างดี และมีโฟมและสารเคมี เตรียมเอาไว้ เพื่อใช้โปรยได้ทันทีหากเกิดน้ำมันรั่ว

ส่วนความร่วมมือกับ กลุ่ม ปตท. กำลังคุยกันอยู่ว่าจะมีการทำแผนกรณีวิกฤตเพิ่มเติม เริ่มแรกจะต้องเพิ่มเติมมาตรการ เพราะว่าฤดูมรสุมในปัจจุบันแรงขึ้นจากเมื่อก่อนนี้ มาตรการต่างๆ ที่เคยใช้อาจจะต้องฝึกซ้อม และยกระดับมากขึ้น เรามีการซ้อมเป็นประจำอยู่แต่อยู่ภายใต้ภาวะปกติ ก็จะต้องมีการซ้อมในภาวะคลื่นลมแรงเพิ่มด้วย

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีนโยบายทั้ง ปตท. ก็ให้เพิ่มมาตรฐานที่สูงขึ้น มีการใช้ท่อที่เป็น 2 ชั้น มีการทบทวนมาตรฐาน หรือแหล่งผู้ผลิตที่เหมาะสมต่อไป

จะเห็นได้ว่า บริษัทในเครือ ปตท. ตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้น และได้มีการจัดทำแผนฉุกเฉินให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นในในเรื่องนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต รวมทั้งสามารถรับมือได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา