« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

ก๊าซชีวภาพทางเลือกชุมชน

ใครจะว่ารู้ปัจจุบันเราจะสามารถนำน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม มาผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งทาง บริษัท ไทยไบโอแก๊ส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ได้ดำเนินการแล้ว สามารถผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ที่มาจากน้ำเสียของโรงสกัดน้ำมันปาล์ม โดยบริษัทไทย ไบโอแก๊ส ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ตั้งแต่ปี 2551 ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 10 ล้านบาท

คุณผจญ ศรีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทยไบโอแก๊ส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด  บอกว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้เฟสแรก มีกำลังผลิตสูงถึง 2.8 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 157 ล้านบาท โดยระบบดังกล่าวสามารถรองรับน้ำเสียได้วันละประมาณ 23,334 ลูกบาศก์เมตร หรือปีละประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 14.6 ล้านหน่วย และยังมีแผนจะขยายเฟส 2 กำลังผลิต 4.2 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 190 กว่าล้านบาท  ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 2 เฟสนี้จะทำให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวม 7 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการผลิตไฟจากน้ำเสียโรงสกัดปาล์มใหญ่สุดในประเทศไทย

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ก็ยังมีอุปสรรคในเรื่องของความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ รง.4 ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถขอสินเชื่อ และดำเนินการก่อสร้างได้ ดังนั้นภาครัฐควรเร่งดำเนินการ นอกจากนี้ยังต้องการให้ภาครัฐเพิ่มส่วนต่างราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ แอดเดอร์ (Adder) ในส่วนของโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพเพิ่ม โดยนำระบบ Feed in Tariff ที่รวมกับค่าไฟฟ้าฐานปรับเพิ่มอยู่ที่ 4.50 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันสนับสนุนอยู่ที่ 30 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น

ทางด้านผู้กำหนดนโยบายอย่าง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. โดยคุณเสมอใจ สุขสุเมฆ รองผู้อำนวยการ สนพ. บอกว่า สนพ.พร้อมให้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ด้วยการเตรียมจะเพิ่มแอดเดอร์ให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ไบโอแก๊สมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการสนับสนุนราคา 30 สตางค์ต่อหน่วย ในแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศแผนใหม่ได้มีการนำเอาไบโอแก๊สเข้ามาบรรจุในแผนด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้มารับการส่งเสริมในโครงการนี้บ้าง แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาเรื่องสายส่งไฟฟ้าที่เต็มแล้ว อาจทำให้รับไฟฟ้าได้ไม่มากเท่าที่ควร จึงได้หารือกับสามการไฟฟ้าว่าจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร

จะเห็นได้ว่าการนำก๊าซชีวภาพมาผลิตไฟฟ้า นอกจากจะได้ไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดกลิ่นเหม็นจากระบบบำบัดน้ำเสียเดิมของโรงงาน เพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบ และที่สำคัญยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์ครบถ้วนเลยจริง ๆ