« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

โรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนส่วนเสริมระบบไฟฟ้า

ไม่ใช่แค่การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศเท่านั้นที่มีศักยภาพ แต่ในบ้านเราการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำก็มีทิศทางการขยายตัวที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะพลังน้ำท้ายเขื่อน  ถึงแม้ว่าขนาดของโครงการในบ้านเราจะมีขนาดเล็กที่กว่า แต่ก็ถือว่าเป็นการนำพลังงานน้ำที่มีอยู่มาบริหารจัดการน้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล โดยใช้หลักการนำน้ำจากการระบายเพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรตามปกติของเขื่อนกรมชลประทาน  มาผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ท้ายเขื่อน  ทำให้ได้ประโยชน์ด้านพลังงานไฟฟ้าอีกทางหนึ่ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ  ซึ่งในส่วนของ กฟผ. จะเน้นไปที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนชลประทาน  

โดยนายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุว่า ได้มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงขณะนี้รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 เขื่อน จะได้กำลังผลิตติดตั้งจำนวน 86.7 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อเสริมระบบได้รวม 425 ล้านหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นเงิน 1,275 ล้านบาทต่อปี ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้รวม 1,641 ล้านบาทต่อปี และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้รวม 242,250 ตันต่อปี และยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนอีก 23 แห่ง

และเมื่อเร็ว ๆนี้ ได้มีการลงนามเพื่อพัฒนาโครงการที่เขื่อนคลองตรอน จ.อุตรดิตถ์ และเขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปางไป

ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเน้นไปการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ประตูระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำกรมชลประทาน เพื่อผลักดันให้เกิดการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ที่มีศักยภาพ 15 แห่ง กำลังการผลิตรวม 12 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,150 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้ และในปี 2558 โครงการนำร่องแห่งแรกจะแล้วเสร็จ และในอนาคตจะขยายการผลิตไฟฟ้าไปยังประตูระบายน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ

นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นในการนำพลังงานน้ำ อ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการผลิตไฟฟ้านอกเหนือจากการเก็บไว้ใช้เพื่อการเกษตร เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยลดการซื้อไฟจากต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านไฟฟ้าได้อีกด้วย