« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

PTTGC ลุยอินโดฯ ครั้งแรกร่วมกับเปอร์ตามิน่า

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท พีที เปอร์ตามิน่า บริษัทน้ำมันแห่งชาติอินโดนีเซีย ได้ลงนามความร่วมมือ หรือ HOA เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมือ แนวทางในการศึกษารายละเอียดการลงทุน การจัดทำแผนธุรกิจ จนถึงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนดำเนินการก่อสร้างโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในประเทศอินโดนีเซีย

คุณอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการลงทุนนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซีย และภูมิภาคอาเซียน การขยายความร่วมมือระหว่าง พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ พีที เปอร์ตามิน่า จะสร้างปรากฏการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี และธุรกิจต่อเนื่องในระดับภูมิภาคให้ก้าวไกลและเข้มแข็งยิ่งขึ้น การร่วมลงทุนในโครงการนี้ ยังสอดคล้องกับแผนการเติบโตของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจปิโตรเคมีของ พีทีที โกลบอล เคมิคอล และการขยายฐานการผลิตและการตลาดในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน อีกทั้งเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่จะขยายขอบเขตความร่วมมือในธุรกิจด้านอื่นๆ ระหว่าง กลุ่ม ปตท. และ เปอร์ตามิน่า ในอนาคต

พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ พีที เปอร์ตามิน่า จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินโครงการสร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ โดย พีที เปอร์ตามิน่า จะถือหุ้นร้อยละ 51 และ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ถือหุ้นร้อยละ 49 โดยคาดว่าในปลายปีนี้จะเซ็นสัญญาการร่วมทุนได้ และคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2560

“การลงทุนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ไปลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหากโครงการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในอินโดนีเซีย สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผน ก็จะทำให้ พีทีที โกลบอล เคมิคอล และเปอร์ตามิน่า สามารถที่จะขยายธุรกิจ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้มากขึ้นในภูมภาคนี้” นายอนนต์ กล่าว

ทางด้านนางคาเรน อากัสเทียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีที เปอร์ตามิน่า เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างปิโตรเคมิคอลคอมเพล็กซ์นี้ ประกอบด้วยโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่จะมี โรงงานโอเลฟินส์ขนาดกำลังการผลิต 1 ล้านตันต่อปี รวมถึงโรงงานโพลิเมอร์ปลายน้ำ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอินโดนีเซียซึ่งมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 120,000–150,000 ล้านบาท

นอกจากความร่วมมือกับ พีทีที โกลบอล เคมิคอล แล้ว เปอร์ตามิน่า ยังมีการพูดคุยกับบริษัทอื่นๆ ในเครือ ปตท. คือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้มีการลงนามความตกลงเบื้องต้นที่จะศึกษาการจัดตั้งโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และยังได้หารือกับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เพื่อหาโอกาสร่วมกันในการขยายธุรกิจด้านปิโตรเลียมขั้นต้น หรือการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมในอินโดนีเซีย ซึ่งในแผน 5 ปีของเปอร์ตามิน่า ได้วางแผนที่จะลงทุนทางด้านนี้เป็นสัดส่วนเงินลงทุนถึงร้อยละ 60 ของเงินลงทุนทั้งหมด เพื่อที่จะขยายธุรกิจด้านนี้ให้เพิ่มเป็นสองเท่าตัวจากปัจจุบัน

คุณอนนต์ กล่าวด้วยว่า การขยายการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่จะสร้างฐานการผลิตปิโตรเคมี นอกเหนือจากประเทศมาเลเซีย และจีน ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี และเป็นโอกาสที่จะสร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตปิโตรเคมีในภูมิภาคนี้