« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

เมนู

 

ผลประชุมการประชุม ครม.ศก.หารือเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจ

ผลประชุมการประชุม ครม.ศก.หารือเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจ

ที่ประชุมเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจเห็นชอบความเหมาะสมของแบบฟอร์มการรายงานข้อมูล (Template) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์ในรูปแบบเดียวกัน

วันนี้ (27 มิ.ย.55) เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2555 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งผลประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุมได้มีการหารือและรับทราบรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ ดังนี้ 1.สถานการณ์เศรษฐกิจไทยล่าสุด ได้แก่ 1.1 ข้อมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2555 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 20,933 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือขยายตัวที่ร้อยละ 7.7 1.2 การปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกเป็นผลจากการขยายตัวของสินค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (ร้อยละ 111.9) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (ร้อยละ 28.0) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (ร้อยละ 28.3) และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ (ร้อยละ 10.1) ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรยังคงหดตัวลงที่ร้อยละ 15.1 จากการส่งออกข้าวและยางพาราเป็นหลัก 1.3 การนำเข้าในเดือนพฤษภาคม 2555 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 22,672 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของภาคการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี และ 1.4 ดุลการค้าระหว่างประเทศในเดือนพฤษภาคม 2555 ขาดดุลที่ 1,739 ล้านดอลลาร์ สรอ. ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือน มีนาคมและเมษายน

2.สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ 2.1 อิตาลี มีแนวโน้มที่จะอนุมัติกฎหมายอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องสามารถระดุมเงินทุนผ่านการขายพันธบัตรที่ตนถือแก่รัฐบาล ทั้งนี้ อิตาลีได้เคยดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้วในปี 2552 2.2 ไซปรัส ได้เข้าขอความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องจากสหภาพยุโรปผ่านกองทุน EFSF/ESFM อย่างเป็นทางการประมาณ 6,000 ถึง 10,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ รัฐบาลไซปรัสได้แถลงว่าจำนวนเงินดังกล่าวเพียงพอสำหรับธนาคารพาณิชย์และรัฐบาล 2.3 Moody's ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสเปน 28 แห่ง ลง 1-4 ระดับ โดยตลาดคาดว่า Moody's อาจจะมีการทบทวนการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลงอีก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 6 เดือน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ร้อยละ 3.24 จากร้อยละ 1.74 ในเดือนก่อนหน้า 2.4 นักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อการประชุม EU Summit ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าอาจไม่ได้มีมาตรการแก้ปัญหาเพิ่มเติมจากการที่ นรม. เยอรมันแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการออก Euro bonds 2.5 การส่งออกของไทยไปยังสหภาพยุโรปในเดือนพฤษภาคม ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีโดยขยายตัวได้ถึงร้อยละ 6.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่หดตัวลงร้อยละ 16.8 ขณะที่การส่งออกไปประเทศในกลุ่ม PIIGS หดตัวลงต่อเนื่องที่ร้อยละ 19.1 จากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศกลุ่ม PIIGS ที่ยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศกรีซที่ยังขาดความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม วิกฤติยูโรโซนครั้งนี้ ไทยค่อนข้างจะมีความพร้อม เนื่องจากมีการติดตามสถานการณ์และเตรียมการมาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง และจะมีการรายงานความคืบหน้าที่สำคัญเป็นรายวัน

3.Template ติดตามภาวะเศรษฐกิจ 3.1 คณะทำงานร่วม (สศช. กระทรวงการคลัง ธปท.) เพื่อติดตามผลกระทบจากวิกฤตการเงินในยุโรปได้มีการประชุมหารือและเห็นชอบร่วมกันดังนี้ 3.1.1 กระทรวงการคลัง จัดทำ Daily Report เป็นประจำทุกวัน ก่อนเวลา 8.30 น. โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูล backup ด้านการเงิน และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สนับสนุนข้อมูล backup ทางด้านภาคเศรษฐกิจจริง 3.1.2 สศช. สศค. ธปท. กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดทำ Trigger Point หรือการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเศรษฐกิจที่ถือเป็นภาวะวิกฤติซึ่งจะนำไปสู่การใช้นโยบายแก้ไข 3.1.3 สศช. ได้จัดทำ Template เพื่อให้ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรอกข้อมูลเศรษฐกิจสำหรับนำมารายงานภาวะเศรษฐกิจภาพรวมต่อที่ประชุมซึ่งจะจัดขึ้นทุก 2 สัปดาห์ (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) และทุก 1 สัปดาห์ (นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน)

3.1.4 คณะทำงานร่วมอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการกำหนดสมมติฐานต่อกรณีเลวร้ายสุดที่วิกฤติยูโรโซนจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และวิเคราะห์ผลกระทบทางอ้อม (ผ่านประเทศคู่ค้าของไทย) ต่อการส่งออกของไทย ซึ่งจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2555

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบความเหมาะสมของแบบฟอร์มการรายงานข้อมูล (Template) ที่ประกอบด้วยตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่จะใช้ในการติดตามของแต่ละกระทรวง ตามที่ สศช. เสนอ ซึ่ง สศช. จะได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานเพื่อขอให้กรอกแบบฟอร์มและแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานของแต่ละกระทรวงให้ สศช. ต่อไป โดยกำหนดการส่ง Template กรณีที่เป็นข้อมูลรายเดือนให้จัดส่งให้ สศช. ภายในวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อนสุดท้ายของเดือน

ทั้งนี้ในส่วนการรายงานข้อมูลที่มีความถี่สูงกว่า 1 เดือน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวผ่านด่านสุวรรณภูมิ สถานการณ์ราคาพลังงาน เครื่องชี้วัดทางด้านการเงิน สถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ จะขอให้รายงานทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลความถี่สูงยังมีอยู่น้อย ที่ประชุมเห็นพ้องถึงความเป็นไปได้ในการส่งข้อมูลขั้นต้นของหน่วยงานต่างๆ ตาม Template เป็นระยะๆ หรือความเป็นไปได้ที่กระทรวงต่างๆ จะเสนอข้อมูลความเร็วสูงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ที่ประชุมมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ปรับปรุงช่องทางการค้าชายแดนให้มีความสะดวกมากขึ้น รวมทั้งมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ศึกษาและติดตามผู้ได้รับผลกระทบเป็นรายบริษัท รายประเทศ และรายสินค้า รวมทั้งศึกษาสถานะและศักยภาพผู้นำเข้าที่สำคัญในตลาดต่างๆ ด้วย

พร้อมมอบหมายกระทรวงท่องเที่ยว ศึกษาวิเคราะห์และติดตามนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศ PIIGS ที่ปรากฏว่ามีการขยายตัวสูงมากในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2555 ว่าจะมีผลกระทบทางลบต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างไรหรือไม่ และมอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาผลกระทบของต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไรในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนมอบหมายกระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการจัดหาโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยหารือร่วมกับ สศช. และสำนักงบประมาณ และนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ชุดที่ 4 ต่อไป

-------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ