« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

เมนู

 

กฟผ. คาดการณ์ การใช้ไฟฟ้า ปี 2553 เติบโตร้อยละ 5

กฟผ. คาดการณ์ การใช้ไฟฟ้า ปี 2553 เติบโตร้อยละ 5 สะท้อนการเติบโตเศรษฐกิจ จับตาเดือนเมษายน ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 23,600 เมกะวัตต์ สูงสุดในรอบปี 
 
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กล่าวว่า สถิติการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ 2553 มีปริมารการใช้ไฟฟ้ารวม 12,354 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,482 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 13.64 เป็นผลจากสภาพอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวเร็วกว่าปกติ มาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง และภาคอุตสาหกรรมมีการผลิตเพิ่มขึ้น
 
ส่วนแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในเดือนมีนาคมนี้ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีก ทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ถึง 4 ครั้ง ซึ่งเดิมการใช้ไฟฟ้าสูงสุด จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดังนั้น กฟผ. จะเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประเทศอย่างใกล้ชิด หากเกิดพีกพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลังจากนี้อีก 2 เดือน เพื่อดูแลความมั่นคงในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 23 มีนาคม- 1 เมษายน ที่ ปตท. จะหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในพม่า ปริมาณ 1,070 ล้านลุกบาศก์ฟุตต่อวัน  ซึ่งทาง กฟผ. จะเดินเครื่องเสริมด้วยน้ำมันเตาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง พระนครใต้ จ.ราชบุรี และเดินเครื่องน้ำมันดีเซลของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี ไตรเอนเนอยี่ และราชบุรีพาวเวอร์เข้ามาทดแทน นอกจากนี้ ยังมีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ เจดีเอ B17 เข้ามาเพิ่มเติมอีก 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 อีก เมกะวัตต์
 
สำหรับพีก ในเดือนเมษายน 2553 คาดว่า จะอยู่ที่ 23,600 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,600 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า การใช้ไฟฟ้าทั้งปี 2553 น่าจะเติบโตมากกว่าร้อยละ 5 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทึ่คาดการณ์จะเติบโตร้อยละ 4.5       
 
นายสุทัศน์ กล่าวว่า ในช่วง 1-2 เดืนอข้างหน้า ในหลายพื้นที่ของประเทศ จะประสบปัญหาภัยแล้ง โดยพบว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทุกแห่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 40,261 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 64.57 ของความจุอ่างทั้งหมด โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อน ทางภาคเหนือ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จะลดระดับลงเหลือ 40 ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้พื้นที่นอกเขตชลประทานที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ประสบปัญาหภัยแล้งรุนแรง โดยล่าสุด มีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว 29 จังหวัด ในส่วนของ กฟผ. จะให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านน้ำอุปโภค-บริโภค ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งทั่วประเทศ ด้วยการให้เขื่อนต่างๆ เตรียมรถบรรทุกน้ำ จำนวน 30 คันให้บริการประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ครอบคลุมถึงหน่วยงานราชการ โรงเรียน ชุมชน และวัด
 
นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมกับกรมชลประทานวางแผนระบายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานที่ประสบปัญหาภัยแล้ง คาดว่า จะสามารถจัดสรรน้ำ ให้กับพื้นที่ดังกล่าวอย่างเพียงพอ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะฤดูฝนปีนี้ อาจมีปริมาณน้ำฝนไม่มาก และอาจต้องเผชิญฤดูแล้งยาวนานกว่าปกติ