« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่นคาดว่ามาร์จิ้นในไตรมาสหนึ่งปีนี้จะดีกว่าไตรมาสหนึ่ง และไตรมาสสี่ปีก่อน

ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่นคาดว่ามาร์จิ้นในไตรมาสหนึ่งปีนี้จะดีกว่าไตรมาสหนึ่ง และไตรมาสสี่ปีก่อน


นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปีนี้ค่าการกลั่น (Gross Intergraded Margin : GIM) ของบริษัทจะดีกว่าค่าการกลั่นในไตรมาส 1 ซึ่งเฉลี่ย 7.09 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และไตรมาส 4 ปี 52 อยู่ที่ 6.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน (Gross Refinery Margin : GRM) ในเดือนม.ค.ถึงก.พ. เฉลี่ยจะสูงกว่า GRM ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

สาเหตุมากจากเข้าสู่ฤดูหนาวในสหรัฐอเมริกา และยุโรป และในปีนี้มีอากาศหนาวมาก และมีการหยุดซ่อมบำรุง (Shut Down) โรงกลั่นน้ำมันในหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกามีการเดินเครื่องโรงกลั่นน้ำมันไม่ถึง 80% ในขณะที่ความต้องการในตลาดโลกยังมีมาก ประกอบกับความต้องการของอะโรเมติกส์ ทั้งพาราไซลีนและ เบนซี ยังดีอยู่มาก

ส่วนมาร์จิ้นเฉลี่ยปีนี้ทั้งปีน่าจะมากกว่า 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งดีกว่าปีที่แล้วที่มีค่าการกลั่น 4.56 เหรียญสหรัฐ

สำหรับในไตรมาส  2 เป็นไตรมาสที่ไม่ค่อยดีเพราะผ่านช่วงฤดูหนาวมาแล้ว ความต้องการใช้จะลดลง นอกจากจะมีปัจจัยอื่นเข้ามากระตุ้น ดังนั้น บริษัทก็จะมีการหยุดซ่อมบำรุง ในโรงอะโรเมติกส์โรงที่ 2 กำลังการผลิตประมาณ 7 หมื่นบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามความต้องการใช้น้ำมันจะเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 ต่อไตรมาส 3

ในส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์ราคาตกลงมากตั้งแต่กลางปี 51 เพราะเศรษฐกิจตกต่ำและผู้ผลิตโพลีเอทเตอร์ และเพท ชะลอการซื้อผลิตภัณฑ์ ทำให้มาร์จิ้นในปี 51 ค่อนข้างแย่ แต่ต้นปี 52 สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจากการกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ และความต้องการพาราไซลีน และเบนซีน เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดใช้ผลิตสินค้าที่ใช้ในชีวิตประชำวัน แม้เศรษฐกิจตกต่ำความต้องการก็ยังมีอยู่ ราคาจึงสูงมาตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาเรื่อยๆ

สำหรับความต้องการน้ำมันในประเทศปี 52 มีความต้องการเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเมื่อเทียบกับปี 51 ส่วนทิศทางในปีนี้ก็ยังดี เพราะความต้องการน้ำมันของไทยจะไม่หวือหวา จะมีการเดินเครื่องโรงกลั่นเต็มกำลังการกลั่นที่ 2.8 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ในปี 52 มีการใช้กำลังการผลิต 2.54 แสนบาร์เรลต่อวัน เป็นส่วนที่ผลิตจากน้ำมันดิบ 1.52 แสนบาร์เรลต่อวัน และการกลั่นน้ำมันจากคอนเดนเสท 1.02 แสนบาร์เรลต่อวัน

ส่วนธุรกิจอะโรเมติกส์ของบริษัทมีลูกค้าประจำค่อนข้างเยอะ โดย 90% ของผลิตภัณฑ์พาราไซลีนขายในประเทศ ส่วนเบนซีนขายในประเทศ 50% และส่งออก 50% และไซโคเฮกเซนก็ขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีสัญญาระยะยาว ทำให้บริษัทไม่มีปัญหาในเรื่องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยในปี 52 มีการผลิตอะโรเมติกส์ ประมาณ 1.02 ล้านตันต่อปี และในปีนี้คาดว่าจะผลิตได้ 1.8 ล้านตันต่อปี

ในปีนี้มีแผนลงทุนประมาณ 280 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหลักๆ จะลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยุโรป ระดับ 4 (ยูโร 4) ที่เหลือเป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานเดิม ทั้งนี้ โครงการยูโร 4 มีมูลค่าลงทุนประมาณ 220 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ได้มีการลงทุนบางส่งไปแล้วในปีก่อน และในปีนี้จะลงทุนประมาณ 110 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในปีนี้บริษัทยังมีโครงการ PSA หรือการนำเอาไฮโดรเจนจากอะโรเมติกส์ไปใช้ในแครกเกอร์ ซึ่งจะทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ในปี 10 ซึ่งเมื่อรวมกับที่ได้ลงทุนไปแล้วในเรื่องการลดต้นทุน ในปีนี้ก็จะทำให้ลดต้นทุนได้เกือบ 200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จากปีที่แล้วลดได้ 130 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี