« August 2018»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

เมนู

 

อัยการยื่นอุทธรณ์ 12 โครงการมาบตาพุดแล้ว

อัยการยื่นอุทธรณ์ 12 โครงการมาบตาพุดแล้ว

อัยการสูงสุด ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครอง ให้ 12 โครงการมาบตาพุด เดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้ ก่อนปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2

นายประศาสน์ชัย ตัณฑพาณิชย์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง สำนักงานอัยการสูงสุด บอกว่า ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาให้ 12 โครงการในมาบตาพุดเดินหน้าก่อสร้างโครงการระหว่างรอการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะการก่อสร้างโรงงานสามารถทำคู่ขนานกันได้ ส่วนจะได้รับใบอนุญาตให้เปิดดำเนินการหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต

โดยมั่นใจว่าศาลฯ จะให้ความกรุณาต่อ 12 โครงการให้ก่อสร้างได้ เนื่องจากไม่ได้เพิกถอนคำสั่งของศาลปกครองกลางที่สั่งระงับ และไม่ทำให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวพ้นไป เพราะการก่อสร้างไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. บอกว่า มีความมั่นใจในการยื่นขอปลดล็อก 12 โครงการลงทุนในมาบตาพุดที่อัยการส่งคำร้องต่อศาลปกครองในวันนี้ เนื่องจากทั้ง 12 โครงการเป็นโครงการที่ยังไม่ก่อมลพิษในพื้นที่ รวมทั้งบางโครงการมีการขออนุญาตดำเนินการก่อนรัฐธรรมนูญปี 50 บังคับใช้ แต่ก็ต้องให้เป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณา

ทั้งนี้ทุกผ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องการให้การแก้ปัญหาเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในระยะยาว แต่ไม่สามารถไปเร่งรัดขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองได้ นอกจากนี้ การนำประกาศกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเรื่องขององค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 นั้น เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภาจำเป็นต้องใช้เวลา

ขณะที่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. บอกว่า  ปตท.เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง  เพื่อขอให้โรงแยกก๊าซ หน่วยที่ 6 สามารถเดินเครื่องให้ได้
         
เนื่องจากปัจจุบัน กำลังการผลิตก๊าซ LPG ในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากภาครัฐได้ตรึงราคา LPG  ทำให้สัดส่วนการใช้ในภาคขนส่งและภาค
อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาเป็นภาคละ 20% จากเดิม 10% ขณะที่ภาคครัวเรือนลดสัดส่วนเหลือ  60% จากเดิม 80% 
         
นายประเสริฐ บอกด้วยว่า  บริษัทคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้ราคาขายหน้าโรงงานจะอยู่ที่  330 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าราคาในตลาดโลกที่สูงกว่า 700 ดอลลาร์ต่อตัน  เนื่องจากภาครัฐเป็นผู้รับภาระส่วนต่าง
ที่เกิดขึ้นประมาณตันละ  400-500 ดอลลาร์